สัปดาห์ที่แล้ว ผมยุ่งยากกับการย้ายโฮสพอสมควร ต้องงมอยู่นาน – -” สัปดาห์ที่แล้วถ้าใครเข้าเว็บได้มั่งไม่ได้มั่ง ฝีมือผมเองครับไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้ย้ายเสร็จแล้วนะครับ หวังว่าเพื่อนๆคงจะโหลดหน้าเ็ว็บได้เร็วขึ้น เพราะผมย้ายมาใช้ โฮสภายในประเทศแทน
โพสนี้ถือเป็นการทดสอบ Host ใหม่ไปในตัวด้วยเลยนะครับ
บางคนอาจจะเคยดูแล้วนะครับ จัดได้น่ารักดีครับ ดูแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ^^
swfobject.embedSWF(”http://www.youtube.com/v/4-94JhLEiN0&rel=1&fs=1&showsearch=0&showinfo=0″, “vvq4c816f08b9343″, “425″, “344″, “9″, vvqexpressinstall, vvqflashvars, vvqparams, vvqattributes);
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะมากล่าวถึง 2 สิ่งที่เหลือในการประเมินคุณภาพมุกกันนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ
รูป : มุก Overtone Color
รบกวนเพื่อนๆ ช่วยทำ Poll ที่อยู่ด้านซ้ายมือด้วยนะครับ ผมจะได้ทราบว่าเพื่อนๆ อยากจะรู้เรื่องอะไรมากที่สุด จะได้เก็บข้อมูลมาเขียนถูกครับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ผมงานยุ่งครับ เลยไม่ค่อยได้มีเวลาไปออกกำลังกาย พอไม่ได้ออกกำลังกายนานๆร่างกายก็เริ่มอ่อนแอลง โรคภัยไข้เจ็บก็เริ่มถามหาครับ ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีเวลาก็หาเวลาไปออกกำลังกายกันบ้างนะครับ สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง “อโรคยา ปรมา ลาภา” ความไม่มีโรคเป้นลาภอันประเสริฐ นะครับ
วันนี้เรามาว่ากันในเรื่องของ การประเมินคุณภาพมุก ต่อนะครับ โดยหลักในการประเมินที่จะพูดในวันนี้คือ ความหนาของชั้นมุก (Nacre Thickness)
ความหนาของชั้นมุก หรือที่เรียกกันว่า Nacre Thickness ปัจจุบันนั้น การเลี้ยงมุกแบบใส่นิวเคลียสทำให้เกิดชั้นมุกซึ่งมีความหนาแตกต่างกันไป ซึ่งคำถามที่เกิดขึ้นในวงการค้ามุกคือถ้ามีมุกที่มีขนาดและคุณภาพเท่าเทียมกัน แต่ระยะเวลาในการเลี้ยงแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้ความหนาของชั้นมุกแตกต่างกันด้วย มุกทั้งสองเม็ดนี้จึงมีราคาที่แตกต่างกัน
โดยมุกที่มีความหนาของชั้นมุกที่มากกว่าจะมีราคาแพงมากกว่าครับ เพราะว่าชั้นมุกที่หนานั้นจะทำให้มุกที่ได้มีความทนทานมากขึ้นครับ
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ผมได้มัดมือชกน้องชายวาดภาพขึ้นมาเพื่อประกอบคำอธิบาย ฮุฮุ
ชั้นของมุกคือช่วงระหว่างเม็ดนิวเคลียสจนถึงผิวมุกครับ
เพื่อนๆลองสังเกตที่มุกจริงดูนะครับ โดยส่องตรงรูที่ร้อยมุก เพื่อนๆจะเห็นชั้นของมุกเหมือนในรูปครับ โดยชั้นของมุกนั้นสามารถที่จะช่วยยืนยันให้ได้ด้วยว่าเป็นมุกแท้ ถ้าเป็นมุกพลาสติกหรือมุกเทียมจะไม่มีชั้นของมุกครับ จะเป็นลักษณะของเคลือบสีที่ผิวมากกว่า
การตรวจความหนาชั้นมุกนั้น สามารถทำได้โดยดูผ่านทางรอยเจาะจะเห็นได้ชัดเจน หรือมองในทิศที่มีไฟความเข้มสูงฉายจากด้านหลัง ถ้าชั้นมุกบางมากจะเห็นแถบเส้นขวางซึ่งเป็นลายของนิวเคลียสได้อย่างชัดเจน ในกรณีของมุกดำ หรือมุกทะเลใต้ที่ขนาดใหญ่และไม่ได้เจาะรูนั้น สามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยการฉายภาพรังสี X-ray เท่านั้นครับ
ดังนั้นถ้าเกิดเพื่อนๆ ลองตรวจด้วยตัวเองแล้วแต่ยังไม่แน่ใจ ก็ควรที่จะส่งให้สถาบันที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจดูอีกทีดีกว่านะครับ เพราะของไม่ใช่ถูกๆ และจะได้สบายใจด้วยครับ
เพิ่ม Pages หน้า My Shop แล้วนะครับถ้าใครอยากจะซื้อ Jewelry สักชิ้นแล้วยังไม่มี Idea ขอเชิญได้ครับผม ^^
หัวข้อที่มีคนอ่านมากที่สุด