สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึง C ตัวที่ 3 หรือ Cutting กันนะครับ ออกแนววิชาการหน่อยนะครับ แต่เพื่อให้เพื่อนๆเข้าใจในการทำงานของเพชร อย่าเพิ่งหลับซะก่อนนะครับ
แม้ว่าในธรรมชาติ เพชรเป็นอัญมณีที่มีความสวยงามในตัวเองอยู่แล้ว มีทั้งความใสความแวววาว แต่ทั้งนั้นยังไม่สวยงามมากพอต่อความต้องการของมนุษย์ ที่ต้องการให้เพชรสวยงามมากขึ้นกว่าที่เห็นและมีผู้คนจำนวนมากได้พยายามที่จะทดลอง ”ขัดเงา” เพชรให้มีความวาวมากขึ้น หลังจากนั้นก็เริ่มคิดค้นวิธีการ “เจียระไน” โดยใช้ทักษะที่เคยเจียระไนอัญมณีอื่นมาก่อน เช่น ทับทิม จึงใช้ทักษะนั้นมาพัฒนาให้เป็นการเจียระไนเพชรโดยเริ่มมาตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราช
การเจียระไนของเพชรนั้นมีวิวัฒนาการมาอยู่เรื่อยๆเนื่องจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เรารู้จักเพชรมากขึ้น รู้จักกับสมบัติทางแสงของเพชร เข้าใจถึงลักษณะของแสงที่เดินทางผ่านเพชร ทั้งที่เพชรส่วนใหญ่ไม่ได้มีสีที่สวยงามเหมือนอัญมณีต่างๆ แต่เพชรก็มีลักษณะที่สวยงามเฉพาะตัวคือ นั่นคือประกายที่สวยงาม
การที่เพชรมีประกายที่สวยงามต่างจากอัญมณีอื่นๆเป็นเพราะเพชรมีค่าดัชนีหักเของแสงสูงกว่าอัญมณีอื่นๆ เพชรมีการกระจายแสงที่ดี เพชรมีความแข็งที่สูงมากจึงทำให้สามารถขัดเงาเพชรได้อย่างเต็มที่ ผิวของเพชรจึงมีความวาวมากกว่าอัญมณีอื่นๆ
เมื่อเราเข้าใจสมบัติทางกายภาพและทางแสงของเพชร และได้นำความรู้นั้นมาปรับปรุงวิธีการเจียระไน เพื่อให้เพชรสามารถสะท้อนเอาแสงที่สวยงามออกมาให้ได้มากที่สุด รวมถึงความสามารถ และความชำนาญในการเจียระไน เพื่อตกแต่งเหลี่ยมแต่ละเหลี่ยมให้ได้ตามผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณเอาไว้ ถึงตอนนี้เพชรก็จะสามารถเปิดเผยความงามออกมาได้มากที่สุด
ทีนี้เรามารู้จักกับเพชรเหลี่ยมเกสรหรือที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า RBC (Round Brilliant Cut) เป็นเพชรที่จะพบเห็นได้มากที่สุดในตลาดเพราะเป็นเหลี่ยมมาตรฐานครับ ลองดูรูปนะครับแล้วจะรู้ว่าแต่ละส่วนของเพชรทรงนี้มีชื่อเรียกว่าอะไรกันบ้าง
(ที่มา: สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ [...]




หัวข้อที่มีคนอ่านมากที่สุด