<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>I Love Ploy.Com &#187; ความรู้เรื่องอัญมณี</title>
	<atom:link href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.i-love-ploy.com</link>
	<description>รวมมิตรเรื่องเกี่ยวกับพลอย By O-Kung ปี 2 จ้า~~</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Apr 2010 09:12:33 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เจาะลึกพลอยแซปไฟร์ (Sapphire) ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-sapphire-%e0%b8%95%e0%b8%ad.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-sapphire-%e0%b8%95%e0%b8%ad.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Apr 2010 09:10:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[พลอย]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยแซปไฟร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e</guid>
		<description><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปเจาะลึก เจ้าพลอยยอดนิยมทั้งไทยและต่างประเทศซึ่งก็คือแซปไฟร์กันครับ ว่ามันมีที่มาอย่างไร มีลักษณะแบบไหน มีชนิดอะไรบ้างที่อยู่ในตลาดการค้า ถ้ามีข้อตกหล่นประการใด หรืออยากทราบอะไรเพิ่มเติมก็สอบถามกันได้นะครับพร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center">&#160; แซฟไฟร์ พลอยโปรดของเจ้าหญิงไดอะน่า</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p> 
<p align="left">ชื่อและชนิดของพลอยแซปไฟร์ (Sapphire)</p>
<p align="left">พลอยชนิดแซฟไฟร์นั้นมาจากแร่ชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า คอรันดัม (Corundum) คำว่า คอรันดัม (Corundum) มาจากภาษาสันสกฤตคำว่า “kurivinda” หรือ “กะรุน” ในภาษาไทย&#160;</p>
<p>พลอยตระกูล คอรันดัม (Corundum) นั้นมีหลักเกณฑ์การเรียกชื่อที่เป้นทางการตามสีที่ปรากฎง่ายๆ คือ ถ้ามีสีแดงจะเรียกว่า ทับทิม (Ruby) แต่ถ้าสีอื่นๆ ยกเว้นสีแดงจะเรียกว่า แซปไฟร์ (Sapphire) โดยจะนำสีที่ปรากฏมาใช้ประกอบการเเรยกชื่อเฉพาะของแซปไฟร์นั้นๆเช่น แซปไฟร์สีน้ำเงิน (Blue Sapphire) ภาษาไทยมีชื่อเรียกคือ ไพลิน สำหรับ แซฟไฟร์สีเหลือง (Yellow Sapphire) เรียกว่า บุษราคัม และแซปไฟร์สีเขียว (Green Sapphire) เรียกว่า เขียวส่อง </p>
<p>&#160;</p>
<p [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปเจาะลึก เจ้าพลอยยอดนิยมทั้งไทยและต่างประเทศซึ่งก็คือแซปไฟร์กันครับ ว่ามันมีที่มาอย่างไร มีลักษณะแบบไหน มีชนิดอะไรบ้างที่อยู่ในตลาดการค้า ถ้ามีข้อตกหล่นประการใด หรืออยากทราบอะไรเพิ่มเติมก็สอบถามกันได้นะครับพร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center"><img style="border-right-width: 0px; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" border="0" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/diana-sapphire.gif" />&#160; <br />แซฟไฟร์ พลอยโปรดของเจ้าหญิงไดอะน่า</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p> <span id="more-431"></span>
<p align="left"><strong>ชื่อและชนิดของพลอย<strong>แซปไฟร์ (Sapphire)</strong></strong></p>
<p align="left">พลอยชนิดแซฟไฟร์นั้นมาจากแร่ชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า <strong>คอรันดัม (Corundum) </strong>คำว่า <strong>คอรันดัม (Corundum) </strong>มาจากภาษาสันสกฤตคำว่า “kurivinda” หรือ “กะรุน” ในภาษาไทย<strong>&#160;</strong></p>
<p>พลอยตระกูล <strong>คอรันดัม (Corundum)</strong> นั้นมีหลักเกณฑ์การเรียกชื่อที่เป้นทางการตามสีที่ปรากฎง่ายๆ คือ ถ้ามีสีแดงจะเรียกว่า ทับทิม (Ruby) แต่ถ้าสีอื่นๆ ยกเว้นสีแดงจะเรียกว่า <strong>แซปไฟร์ (Sapphire) </strong>โดยจะนำสีที่ปรากฏมาใช้ประกอบการเเรยกชื่อเฉพาะของแซปไฟร์นั้นๆเช่น <strong><font color="#000080">แซปไฟร์สีน้ำเงิน (Blue Sapphire)</font></strong> ภาษาไทยมีชื่อเรียกคือ <strong><font color="#000080">ไพลิน</font></strong> สำหรับ <strong><font color="#ffff00">แซฟไฟร์สีเหลือง (Yellow Sapphire)</font></strong> เรียกว่า <strong><font color="#ffff00">บุษราคัม</font></strong> และ<strong><font color="#008000">แซปไฟร์สีเขียว (Green Sapphire)</font></strong> เรียกว่า <strong><font color="#008000">เขียวส่อง</font></strong> </p>
<p>&#160;</p>
<p align="center"><img style="border-right-width: 0px; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; border-left-width: 0px; margin-right: auto" border="0" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/genuine-rainbow-sapphire-pendant.gif" /> รูปจี้แซปไฟร์หลากสี</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="left">นอกจากนี้ในกรณีที่พลอยชนิดนี้มีปรากฎการณืทางแสง เช่น มีดาว 6 แฉก เมื่อเจียระไนเป็นหลังเบี้ยหรือรูปโค้งหลังเต่า (Cabochon) จะเรียกชื่อโดยมีคำว่า สตาร์กำกับอยู่ด้วย เช่น ทัยทิมสตาร์ (Star Ruby) <strong>แซปไฟร์สตาร์</strong> (Star Sapphire) เป็นต้น เชื่อว่าเพื่อนๆคงจะเคยเห้นหน้าตาของ สตาร์แซปไฟร์ทั้งหลายในร้านจิวเวลรี่มากันแล้วนะครับ แต่บางทีอาจจะยังไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไร ผมเลยนำเอาภาพมาประกอบให้ดูครับ</p>
<p align="left">&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/blue-star-sapphire-ring.jpg" width="280" height="255" />     <br />รูปแหวนสตาร์แซปไฟร์</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="left">สำหรับการเรียกชื่อของพลอยคอรันดัมทางการค้าในต่างประเทศนั้น หากเรียกว่า<strong>แซปไฟร์ (Sapphire)</strong> เฉยๆ โดยมิได้ระบุสีอะไรจะหมายถึง<strong><font color="#000080">ไพลิน หรือ บลูแซปไฟร์ </font></strong>นะครับ และเรียกแซปไฟร์สีอื่นๆว่า แฟนซีแซปไฟร์ (Fancy Sapphire) </p>
<p align="left">อย่างไรก็ตามมีแซปไฟร์ชนิดหนึ่งที่มีสีส้มอมชมพูหรือชมพูอมส้ม ในตลาดเรียกว่า <strong>แพดพระแรดชา (Padparadscha) </strong>ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก “ศรีลังกา” <strong>แพดพระแรดชา นั้นจัดเป็นพลอยที่หายากและมีราคาแพง</strong></p>
<p align="left">&#160;</p>
<p align="left"><strong></strong></p>
<p align="center"><img style="border-right-width: 0px; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" border="0" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/padparadscha.gif" />&#160; <br />รูป พลอยแพดพระรัดชา เป็นไงครับสวยมั้ยครับ? ^_^</p>
<p>&#160;</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีแซปไฟร์อีกชนิดหนึ่งซึ่งสามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่อดูภายใต้สภาวะที่แตกต่างกัน กล่าวคือ จะเปลี่ยนสีจากสีม่วงน้ำเงิน ภายใต้แสงอาทิตย์หรือแสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนซ์ หรือหลอดนีออน (fluorescent light) มาเป็นสีม่วงแดงภายใต้แสงไฟจากหลอดทังสเตน (incandescent lamp) หรือแสงเทียน เราเรียกพลอยชนิดนี้ว่า <strong>แซปไฟร์เจ้าสามสี (Alexandrite-like Sapphire)</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/color-change-sapphire.gif" />     <br />รูป แซปไฟร์เปลียนสีได้</p>
<p align="left">&#160;</p>
<p align="left">เป็นอย่างไรกันบ้างครับ บางคนอาจจะเริ่มงงแล้ว ตกลง แซปไฟร์มันมีกี่ชนิดกันแน่เนี่ย? <img style="border-right-width: 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: 0px; border-left-width: 0px; margin-right: 0px" border="0" src="http://www.tlcthai.com/backoffice/upload_images/Emoticon/dookdik/DookDik_019_onion.gif" width="62" height="62" /></p>
<p align="left">ไม่เป็นไรครับยังไม่ต้องรีบงง คราวหน้าผมจะพาไปรู้จักและเจาะลึกกันเป็นชนิดๆให้สมกับหัวเรื่องที่ว่า <strong>เจาะลึกพลอยแซปไฟร์ (Sapphire) </strong>กันเลยครับ สำหรับวันนี้ไปก่อนครับ บ๊ายๆ…. โอ</p>
<p align="left"><font color="#c0c0c0"><strong>Credit ที่มาของบทความบางส่วน : GIT</strong></font></p>
<p align="left"><font color="#800000">     <br /></font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-sapphire-%e0%b8%95%e0%b8%ad.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุณสมบัติของอัญมณี ตอน ความแข็ง</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Apr 2010 08:54:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[พลอย]]></category>
		<category><![CDATA[อัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[เพชร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e</guid>
		<description><![CDATA[<p></p>
<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ก็เข้าเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ของไทยกันแล้วนะครับ ผมเลยถือโอกาสนี้ขอคุณพระศรีรัตนตรัย ช่วยอวยพรให้เพื่อนๆ พบแต่ความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์กันถ้วนหน้ากันนะครับ ใครที่จะเดินทางก็ขอให้เดินทางปลอดภัยตลอดเส้นทางนะครับผม</p>
<p>สืบเนื่องจากตอนที่แล้วผมได้เกริ่นๆไว้บ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องความแข็งของอัญมณี เพื่อนๆเคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมบางทีนาฬิกาที่เราใส่อยู่ทั้งๆที่ระวังไม่ให้ไปขูดขีดกับอะไรก็แล้ว ทำไมหน้าปัดยังเป็นรอย? ทำไมจึงมีคำกล่าวที่ว่าเพชรต้องตัดด้วยเพชร? และทำไมตัวเรือนทองที่ใช้ไปนานๆจึงเป็นรอย วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ..</p>
<p></p>
<p></p>
<p>ทำไมบางทีนาฬิกาที่เราใส่อยู่ทั้งๆที่ระวังไม่ให้ไปขูดขีดกับอะไรก็แล้ว ทำไมหน้าปัดยังเป็นรอย? ทำไมจึงมีคำกล่าวที่ว่าเพชรต้องตัดด้วยเพชร? และทำไมตัวเรือนทองที่ใช้ไปนานๆจึงเป็นรอย ทั้งหมดล้วนเป็นเหตุมาจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของอัญมณีมี่เรียกว่า “ความแข็ง”</p>
<p>ความแข็งของอัญมณีคืออะไร? ความแข็งก็คือ ความสามารถของอัญมณีในการทนทานต่อการขัดสี ขูดขีด และสึกกร่อน</p>
<p>ทั้งนี้ความแข็งของอัญมณี ได้ถูกวัดโดยมาตรฐานสากลที่เรียกว่า Moh’s Scale(ค่าความแข็งสัมพัทธ์ของโมห์ส) โดยทำการวัดโดยใช้แร่หรือว่าปากกาวัดความแข็งวัด โดยมีการจัดเรียงลำดับความแข็งที่เพิ่มขึ้นจาก 1 ถึง 10 ดังนี้</p>
<p></p>
<p>ถ้าไม่มีแร่มาตรฐานก็ใช้เครื่องมือง่ายๆซึ่งประเมินค่าความแข็งได้ดังนี้</p>
<p></p>
<p>ดังจะเห้นจากตารางด้านบนนะครับว่า อัญมณีที่มีความแข็งมากกว่าสามารถขูดขีดให้อัญมณีที่มีความแข็งน้อยกว่าให้เป็นรอยได้และอัญมณีที่มีความแข็งเท่ากันสามารถขูดขีดซึ่งกันและกันได้</p>
<p>*ด้วยสาเหตุที่กล่าวมาข้างบนนั้นจึงเป็นคำตอบว่าทำไม หน้าปัดนาฬิกาถึงเป็นรอยเพราะในอากาศนั้นมีฝุ่นอยู่เต็มไปหมด ซึ่งฝุ่นเป้นแร่ควอตซ์ จึงสามารถที่จะทำให้สิ่งอื่นๆที่มีความแข็งน้อยกว่าฝุ่นเป็นรอยได้นั่นเองครับ แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีหน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่ที่ทำจาก Sapphire (แซฟไฟร์,คอรันดัม) ทำให้ทนทานต่อการขูดขีดมากขึ้นครับ</p>
<p>อีกทั้งความแข็งของอัญมณีนั้น ยังส่งผลต่อการเจียระไนด้วย อัญมณีที่มีความแข็งมากกว่าก็สามารถที่จะขัดผิวมันและสะท้อนแสงได้ดีกว่าอัญมณีที่มีความแข็งน้อยกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมประกายของเพชรจึงงดงาม เตะตา มากที่สุดครับ</p>
<p> </p>
<p>ทิปเล็กน้อยสำหรับคุณผู้หญิงในการเก็บรักษาอัญมณี  </p>
<p>ด้วยสาเหตุดังที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นแล้ววิธีการเก็บอัญมณีที่ถูกต้องก็คือการเก็บแยกไว้เป็นชิ้นๆและไม่ควรที่จะทำให้อัญมณีเคลื่อนไหวได้ ไม่ใช่เก็บรวมๆกันไว้ในกล่องเดียว เพราะนั่นอาจจะทำให้เกิดรอยได้เพราะอัญมณีเกิดการขูดขีดกันนะครับ</p>
<p>เพียงเท่านี้เครื่องประดับและอัญมณีของเพื่อนๆก็จะอยู่คงทนและเปล่งประกายความสวยงามไปอีกนานเลยครับ…โอ</p>
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="border-right-width: 0px; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; border-left-width: 0px; margin-right: auto" src="http://lh3.ggpht.com/_iNnd0o5w1pY/Sae4By5wpdI/AAAAAAAAAaw/9A_SxCJOgoc/s800/27-02-2009_05K.gif" border="0" alt="" width="253" height="295" /></p>
<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ก็เข้าเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ของไทยกันแล้วนะครับ ผมเลยถือโอกาสนี้ขอคุณพระศรีรัตนตรัย ช่วยอวยพรให้เพื่อนๆ พบแต่ความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์กันถ้วนหน้ากันนะครับ ใครที่จะเดินทางก็ขอให้เดินทางปลอดภัยตลอดเส้นทางนะครับผม</p>
<p>สืบเนื่องจากตอนที่แล้วผมได้เกริ่นๆไว้บ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องความแข็งของอัญมณี เพื่อนๆเคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมบางทีนาฬิกาที่เราใส่อยู่ทั้งๆที่ระวังไม่ให้ไปขูดขีดกับอะไรก็แล้ว ทำไมหน้าปัดยังเป็นรอย? ทำไมจึงมีคำกล่าวที่ว่าเพชรต้องตัดด้วยเพชร? และทำไมตัวเรือนทองที่ใช้ไปนานๆจึงเป็นรอย วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ..</p>
<p><img style="border-right-width: 0px; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; border-left-width: 0px; margin-right: auto" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/mohsscale.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p><span id="more-427"></span></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">ทำไมบางทีนาฬิกาที่เราใส่อยู่ทั้งๆที่ระวังไม่ให้ไปขูดขีดกับอะไรก็แล้ว ทำไมหน้าปัดยังเป็นรอย? ทำไมจึงมีคำกล่าวที่ว่าเพชรต้องตัดด้วยเพชร? และทำไมตัวเรือนทองที่ใช้ไปนานๆจึงเป็นรอย </span><span style="color: #000000;">ทั้งหมดล้วนเป็นเหตุมาจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของอัญมณีมี่เรียกว่า “ความแข็ง”</span></strong></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>ความแข็งของอัญมณีคืออะไร? </strong>ความแข็งก็คือ ความสามารถของอัญมณีในการทนทานต่อการขัดสี ขูดขีด และสึกกร่อน</span></p>
<p>ทั้งนี้ความแข็งของอัญมณี ได้ถูกวัดโดยมาตรฐานสากลที่เรียกว่า Moh’s Scale(ค่าความแข็งสัมพัทธ์ของโมห์ส) โดยทำการวัดโดยใช้แร่หรือว่าปากกาวัดความแข็งวัด โดยมีการจัดเรียงลำดับความแข็งที่เพิ่มขึ้นจาก 1 ถึง 10 ดังนี้</p>
<p><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/Mohs-Scale-Table.jpg" alt="" /></p>
<p>ถ้าไม่มีแร่มาตรฐานก็ใช้เครื่องมือง่ายๆซึ่งประเมินค่าความแข็งได้ดังนี้</p>
<p><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/Mohs-Scale-Table2.jpg" alt="" /></p>
<p>ดังจะเห้นจากตารางด้านบนนะครับว่า อัญมณีที่มีความแข็งมากกว่าสามารถขูดขีดให้อัญมณีที่มีความแข็งน้อยกว่าให้เป็นรอยได้และอัญมณีที่มีความแข็งเท่ากันสามารถขูดขีดซึ่งกันและกันได้</p>
<p><span style="color: #ff0000;">*ด้วยสาเหตุที่กล่าวมาข้างบนนั้นจึงเป็นคำตอบว่าทำไม หน้าปัดนาฬิกาถึงเป็นรอยเพราะในอากาศนั้นมีฝุ่นอยู่เต็มไปหมด ซึ่งฝุ่นเป้นแร่ควอตซ์ จึงสามารถที่จะทำให้สิ่งอื่นๆที่มีความแข็งน้อยกว่าฝุ่นเป็นรอยได้นั่นเองครับ แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีหน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่ที่ทำจาก Sapphire (แซฟไฟร์,คอรันดัม) ทำให้ทนทานต่อการขูดขีดมากขึ้นครับ</span></p>
<p>อีกทั้งความแข็งของอัญมณีนั้น ยังส่งผลต่อการเจียระไนด้วย อัญมณีที่มีความแข็งมากกว่าก็สามารถที่จะขัดผิวมันและสะท้อนแสงได้ดีกว่าอัญมณีที่มีความแข็งน้อยกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมประกายของเพชรจึงงดงาม เตะตา มากที่สุดครับ</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff00ff;"> </span></span></strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff00ff;">ทิปเล็กน้อยสำหรับคุณผู้หญิงในการเก็บรักษาอัญมณี  <img style="border-right-width: 0px; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" src="http://www.tlcthai.com/backoffice/upload_images/Emoticon/Onion/TLC_057-20080430_Onion.gif" border="0" alt="" width="39" height="39" /></span></span></strong></p>
<p>ด้วยสาเหตุดังที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นแล้ววิธีการเก็บอัญมณีที่ถูกต้องก็คือการเก็บแยกไว้เป็นชิ้นๆและไม่ควรที่จะทำให้อัญมณีเคลื่อนไหวได้ ไม่ใช่เก็บรวมๆกันไว้ในกล่องเดียว เพราะนั่นอาจจะทำให้เกิดรอยได้เพราะอัญมณีเกิดการขูดขีดกันนะครับ</p>
<p>เพียงเท่านี้เครื่องประดับและอัญมณีของเพื่อนๆก็จะอยู่คงทนและเปล่งประกายความสวยงามไปอีกนานเลยครับ…โอ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอัญมณี ตอน อัญมณีคืออะไร?</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2010 12:00:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[อัญมณี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e</guid>
		<description><![CDATA[<p align="left"></p>
<p align="left">สวัสดีครับเพื่อนๆ อาจจะสายไปหน่อย ที่ผมจะนำบทความนี้มาให้เพื่อนๆได้อ่าน แต่ก็ ยังดีกว่าไม่ได้อ่านกันนะครับ</p>
<p align="left">อัญมณีคืออะไร? ในมุมมองของเพื่อนๆ อัญมณีนั้นอาจจะหมายถึง สิ่งที่นำมาใช้เป็นเครื่องประดับติดตัว นั่นละคืออัญมณีทั้งหมด แน่นอนล่ะว่า เพชร มรกต ทับทิม หรือไพลิน ย่อมที่จะเป็นอัญมณีแน่นอน แต่ถ้าบอกว่าปะการังที่เอาไว้ตั้งโชว์ล่ะ? มีความสวยงามเหมือนกัน แล้วเค้านับว่าเป็นอัญมณี รึเปล่าน้อ..?</p>
<p></p>
<p>ปะการัง แสนสวยงามแบบนี้นับเป็นอัญมณีมั้ยหว่า?? อยากรู้ตามผมมาเลยครับ</p>
<p></p>
<p>จริงๆแล้วคำว่าอัญมณีนั้น มีบัญญัติศัพท์ไว้อย่างชัดเจน ในภาษาไทยอยู่แล้วครับ</p>
<p>อัญมณีหรือรัตนชาติ หมายถึง  แร่,หิน บางชนิด หรืออินทรีย์วัตถุที่ใช้ตกแต่งเป็นเครื่องประดับได้ มีสมบัติที่สำคัญ 3 ประการคือ สวยงาม หายาก และคงทน โดยจะเจียระไนหรือแกะสลักหรือไม่ก็ได้</p>
<p>ทีนี้ปัญหาที่จะตามมาก็คือ ความสวยงาม อ้าว!! อันไหนสวยไม่สวยเราจะรู้ได้อย่างไร? หายาก อันไหนหายาก? แล้วมันเกี่ยวข้องกันยังไง? ความคงทน ทนไม่ทนเค้าวัดกันอย่างไร? หลากสารพันปัญหางงไปหมด….</p>
<p align="center"> </p>
<p>มาดูรายละเอียดกันครับ</p>

ความสวยงาม อันนี้ขึ้นอยู่กับสายตาของผู้พิจารณา และยากต่อการกำหนดเฉพาะเจาะจงตายตัว ซึ่งบางคน ความสวยงามของอัญมณี อยู่ที่ความโปร่งใส ประกายแวววาว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="left"><img style="border-right-width: 0px; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; border-left-width: 0px; margin-right: auto" src="http://www.tlcthai.com/backoffice/upload_images/Emoticon/dookdik/tiger/dookdik_008_Tiger.gif" border="0" alt="" /></p>
<p align="left">สวัสดีครับเพื่อนๆ อาจจะสายไปหน่อย ที่ผมจะนำบทความนี้มาให้เพื่อนๆได้อ่าน แต่ก็ ยังดีกว่าไม่ได้อ่านกันนะครับ</p>
<p align="left"><strong><span style="color: #800000;">อัญมณี</span>คืออะไร? </strong>ในมุมมองของเพื่อนๆ อัญมณีนั้นอาจจะหมายถึง สิ่งที่นำมาใช้เป็นเครื่องประดับติดตัว นั่นละคืออัญมณีทั้งหมด แน่นอนล่ะว่า เพชร มรกต ทับทิม หรือไพลิน ย่อมที่จะเป็นอัญมณีแน่นอน แต่ถ้าบอกว่าปะการังที่เอาไว้ตั้งโชว์ล่ะ? มีความสวยงามเหมือนกัน แล้วเค้านับว่าเป็นอัญมณี รึเปล่าน้อ..?</p>
<p><img style="border-right-width: 0px; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; border-left-width: 0px; margin-right: auto" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/red_coral-1.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p>ปะการัง แสนสวยงามแบบนี้นับเป็นอัญมณีมั้ยหว่า?? อยากรู้ตามผมมาเลยครับ</p>
<p><span id="more-425"></span></p>
<p>จริงๆแล้วคำว่าอัญมณีนั้น มีบัญญัติศัพท์ไว้อย่างชัดเจน ในภาษาไทยอยู่แล้วครับ</p>
<p><strong>อัญมณีหรือรัตนชาติ </strong>หมายถึง <strong> </strong>แร่,หิน บางชนิด หรืออินทรีย์วัตถุที่ใช้ตกแต่งเป็นเครื่องประดับได้ มีสมบัติที่สำคัญ 3 ประการคือ สวยงาม หายาก และคงทน โดยจะเจียระไนหรือแกะสลักหรือไม่ก็ได้</p>
<p>ทีนี้ปัญหาที่จะตามมาก็คือ ความสวยงาม อ้าว!! อันไหนสวยไม่สวยเราจะรู้ได้อย่างไร? หายาก อันไหนหายาก? แล้วมันเกี่ยวข้องกันยังไง? ความคงทน ทนไม่ทนเค้าวัดกันอย่างไร? หลากสารพันปัญหางงไปหมด….</p>
<p align="center"><img style="border-right-width: 0px; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" src="http://www.tlcthai.com/backoffice/upload_images/msn_guide/Display/onion/Display_030_Onion.gif" border="0" alt="" /> <img style="border-right-width: 0px; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" src="http://www.tlcthai.com/backoffice/upload_images/msn_guide/Display/onion/Display_030_Onion.gif" border="0" alt="" /></p>
<p>มาดูรายละเอียดกันครับ</p>
<ol>
<li><strong>ความสวยงาม </strong>อันนี้ขึ้นอยู่กับสายตาของผู้พิจารณา และยากต่อการกำหนดเฉพาะเจาะจงตายตัว ซึ่งบางคน ความสวยงามของอัญมณี อยู่ที่ความโปร่งใส ประกายแวววาว หรือบางคนอาจจะพิจารณาที่สี โดยทั่วไปแล้ว ความสวยงามของอัญมณีจะเป็นผลมาจากคุณสมบัติหลายๆอย่างมารวมกัน</li>
<li><strong>ความหายาก </strong>แน่นอนครับปัจจัยตัวนี้ ย่อมที่จะมีผลโดยตรงกับราคาและคุณค่าของอัญมณี คงไม่แปลกใจใช่มั้ยละครับว่าทำไมเเพชรจึงมีราคาที่สูงกว่าพลอยอันนี้เป็นกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นอยู่ในตลาดอัญมณีเสมอๆนะครับ สมมติว่าในตลาดมีอัญมณีชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความต้องการที่สูงและก็เป็นที่นิยมอย่างมากอีกทั้งอัญมณีชนิดนี้ยังมีจำนวนที่น้อยอีกด้วย แน่นอนครับอัญมณีชนิดนี้ราคาย่อมที่จะสูงอย่างแน่นอน แต่แล้วอยู่มาวันนึง มีการขุดพบเหมืองใหม่ซึ่งมีอัญมณีชนิดนี้อยู่เยอะ ครับราคาหรือมูลค่าของอัญมณีชนิดนี้ก็จะตกลงมาทันทีครับดังนั้นแล้ว ความหายากจึงสรุปได้ว่า ความหายากเป็นปัจจัยที่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา อารมณ์ ความต้องการและความนิยมของมนุษย์ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นครับ</li>
<li><strong>ความคงทนถาวร </strong>ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางกายภาพ 3 ประการคือ ความแข็ง ความเหนียวและความมีเสถียรภาพทางเคมี<span style="text-decoration: underline;">ความแข็ง</span> เป็นคุณสมบัติของอัญมณีที่แสดงถึงความต้านทาน คงทนต่อการขูดขีด ขัดสีและสึกกร่อน<span style="text-decoration: underline;">ความเหนียว</span> เป็นคุณสมบัติของอัญมณีที่แสดงถึงความต้านทาน คงทนต่อการแตกกระเทาะ ปริ แตกร้าว
<p><span style="text-decoration: underline;">ความมีเสถียรภาพทางเคมี</span> เป็นคุณสมบัติของอัญมณีที่แสดงถึงความต้านทานต่อการซีดจางของสี อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพหรือสารเคมี</li>
</ol>
<p>เป็นอย่างไรมั่งครับผม ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆเข้าใจ <strong>อัญมณี </strong>มากยิ่งขึ้นนะครับ</p>
<p><img style="border-right-width: 0px; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; border-left-width: 0px; margin-right: auto" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/hammer1.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p>*<span style="color: #ff0080;">แถมท้ายให้นิดนึงเกี่ยวกับเรื่องความแข็งครับ เพื่อนๆคงเคยจะได้ยินมามั่งว่า “เพชร” เป็นอัญมณีที่แข็งแรงที่สุดในโลก บ้างก้ว่าฟันแทงไม่เข้า บ้างก็มาจากละครเกราะเพชรเจ็ดสี อะไรนั่น ดังนั้นถ้าดูจากความหมายของความแข็งที่อยู่ข้างบนแล้ว จะทำให้ทราบว่าทนต่อการขูดขีดนะครับไม่ใช่ทนต่อการทุบตี ดังนั้นถ้านำค้อนไปทุบเพชรเหตุเพราะเชื่อว่าเพชรแข็ง รับรองไม่เหลือครับ…  ด้วยความหวังดีจากกระผม แล้วผมกันใหม่โอกาสหน้านะครับ…..สวัสดีครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 4</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%814.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%814.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2009 08:32:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[มุก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e</guid>
		<description><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะมากล่าวถึง 2 สิ่งที่เหลือในการประเมินคุณภาพมุกกันนะครับ  ถ้าพร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ</p>
<p align="center">
รูป : มุก Overtone Color</p>
<p align="center">
<p></p>
<p>เรามาเริ่มกันด้วยเรื่องสีของมุกกันก่อนนะครับ ในการพิจารณาสีของมุกนั้น เราต้องดูสีโดยพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน คือ</p>
<p>1. Body Color (บอดี้-คะเล่อร์) สีพื้นของมุกเม็ดนั้นนั่นเอง เพื่อนๆลองสังเกตดูครับมุกแต่ละเม็ดจะมีสีที่แตกต่างกัน บางทีก็มีสีขาว ทอง เหลือง เงิน ฯลฯ</p>
<p>2. Overtone Color (โอเว่อร์โทน &#8211; คะเล่อร์) เป็นสีที่มองเห็นอยู่บนสีพื้นซึ่งเกิดจากการสอดแทรกของแสงผ่านชั้นต่างๆที่ผิวของมุก ถ้าเพื่อนๆนึกภาพไม่ออก ลองดูรูปข้างบนดูครับจะเห็นว่า เหลือบสีของมุกแต่ละเม็ด มีสีที่แตกต่างกัน บางอันสีงเงิน บางอันสีชมพู บางอันก็สีส้ม นอกจากนี้ยังมีสี Peacock (พีค้อก) และสีอื่นๆอีกมากมายครับ</p>
<p>หากถามว่ามุกสีไหนเป็นที่นิยมมากที่สุด จากประสบการณ์ของผมนะครับ ดังนั้นอย่าฟันธงทันทีครับ มันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล,เทรนด์ของตลาด และก็ชนชาติครับ อย่างเช่น คนไทยส่วนใหญ่จะชอบมุกสีขาวที่มี Overtone เป็นสีชมพู ส่วนคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะชอบ มุกสีขาวที่มี Overtone เป็นสีออกเหลืองๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะมากล่าวถึง 2 สิ่งที่เหลือในการประเมินคุณภาพ<strong>มุก</strong>กันนะครับ  ถ้าพร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/pearl-overtone.gif" alt="" /><br />
รูป : มุก Overtone Color</p>
<p align="center">
<p><span id="more-405"></span></p>
<p>เรามาเริ่มกันด้วยเรื่องสีของมุกกันก่อนนะครับ ในการพิจารณาสีของมุกนั้น เราต้องดู<strong>สี</strong>โดยพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน คือ</p>
<p><strong>1. Body Color (บอดี้-คะเล่อร์)</strong> สีพื้นของมุกเม็ดนั้นนั่นเอง เพื่อนๆลองสังเกตดูครับมุกแต่ละเม็ดจะมีสีที่แตกต่างกัน บางทีก็มีสีขาว ทอง เหลือง เงิน ฯลฯ</p>
<p><strong>2. Overtone Color (โอเว่อร์โทน &#8211; คะเล่อร์)</strong> เป็นสีที่มองเห็นอยู่บนสีพื้นซึ่งเกิดจากการสอดแทรกของแสงผ่านชั้นต่างๆที่ผิวของมุก ถ้าเพื่อนๆนึกภาพไม่ออก ลองดูรูปข้างบนดูครับจะเห็นว่า เหลือบสีของมุกแต่ละเม็ด มีสีที่แตกต่างกัน บางอันสีงเงิน บางอันสีชมพู บางอันก็สีส้ม นอกจากนี้ยังมีสี Peacock (พีค้อก) และสีอื่นๆอีกมากมายครับ</p>
<p>หากถามว่ามุกสีไหนเป็นที่นิยมมากที่สุด <strong>จากประสบการณ์ของผมนะครับ ดังนั้นอย่าฟันธงทันทีครับ</strong> มันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล,เทรนด์ของตลาด และก็ชนชาติครับ อย่างเช่น คนไทยส่วนใหญ่จะชอบมุกสีขาวที่มี Overtone เป็นสีชมพู ส่วนคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะชอบ มุกสีขาวที่มี Overtone เป็นสีออกเหลืองๆ เพราะเข้ากันกับสีผิวของเค้านั่นเอง ส่วนคนยุโรปส่วนใหญ่จะชอบ Overtone ที่เป็นสีเงิน</p>
<p>ส่วนเรื่องสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดก็คือ<strong> <span style="color: #800080;">ความสมบูรณ์ของผิวมุก </span></strong>ครับ</p>
<p><strong><span style="color: #800080;"><span style="text-decoration: underline;">ความสมบูรณ์ของผิวมุก</span></span></strong></p>
<p>มันเป็นเรื่องทั่วไปอยู่แล้วที่มุกในอุดมคติของทุกๆคนคือ มุกที่ผิวเรียบสนิทสม่ำเสมอใช่มั้ยครับ? แต่อย่างว่าครับของที่มันเป็นธรรมชาติ มันจะต้องมีตำหนิบ้างอยู่เป็นธรรมดา จะให้มันเนียนเรียบเหมือนของเก๊ได้ไงจริงมั้ยครับ ดังนั้นในการเลือกซื้อมุกจึงควรที่จะตระหนักถึงปัจจัยในข้อนี้ด้วยเสมอ ราคาของมุกย่อมแปรตามความสมบูรณ์ของผิวเสมอ เนื่องจากมุกที่มีผิวสวยงามผลิตได้มีปริมาณเพียงเล็กน้อย ดังนั้นเราจึงต้องรู้ว่าตำหนิประเภทไหนที่ยอมรับได้ และประเภทใดไม่เป็นที่ยอมรับ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">*ตำหนิที่ยอมรับได้ ต้องมีในปริมาณน้อยนะครับต่อให้ตำหนิเล็กแต่เยอะก็นะ….</span></strong></p>
<ul>
<li>ผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ อาจจะมีสันนูนเล็กๆโผล่ขึ้นมาบ้าง</li>
<li>รอยบิ่น หลุมและรอยชั้นมุกที่หลุดลอกออกไป</li>
<li>หลุมเล็กๆ เป็นหลุมขนาดเล็กสังเกตยากด้วยตาเปล่า ไม่มีผลมากกับความสวยงาม</li>
<li>จุดด้าน รอยสีด้านๆ เป็นบริเวณที่มีความวาวต่ำ อาจเกิดจากการสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดหรือเกิดจากคุณภาพของมุกเอง</li>
<li>รอยขีดข่วน ไม่มีผลมากถ้ามีนปริมาณน้อย</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ตำหนิที่รับไม่ได้หรือตำหนิแบบรุนแรง</span></span></strong></p>
<ul>
<li><span style="color: #ff0000;">รอยแตกของชั้นมุกที่เห็นทั่วทั้งเม็ด มักเกิดในมุกที่มี<a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%813.html" target="_blank">ความหนาของชั้นมุก</a>บางมากๆ</span></li>
<li><span style="color: #ff0000;">รอยแตกของชั้นมุกที่หลุดออกไปจนเห็นลูกปัดด้านใน</span></li>
<li><span style="color: #ff0000;">ตำหนิที่มีขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจน</span></li>
<li><span style="color: #ff0000;">ลักษณะตำหนิต่างๆที่มีมากจนกินบริเวณส่วนใหญ่บนผิวของมุก</span></li>
</ul>
<p>ครับถ้าเพื่อนๆได้อ่านบทความในด้านการประเมินคุณภาพมุกครบทั้ง 4 ตอนอย่างละเอียดแล้ว ผมเชื่อว่าเพื่อนๆคงจะสามารถพอที่จะเลือกซื้อมุกที่มีคุณภาพได้ด้วยตนเองแล้วล่ะครับ</p>
<p><strong><em><span style="color: #008080; font-size: medium;">Tips &amp; Technique เกี่ยวกับมุก</span></em></strong></p>
<p>สุดท้ายนี้ผมก็ขอแนะนำสุภาพสตรีทั้งหลายนะครับว่า เวลาที่จะใส่มุกถ้าจะฉีดน้ำหอม หรือทาอะไรก็แล้วแต่ควรที่จะฉีดแล้วปล่อยให้แห้งก่อนที่จะทำการสวมใส่มุกนะครับ ทั้งเพราะมุกเป็นอัญมณีที่บอบบางมากสามารถที่จะทำปฏิกริยากับสารเคมีได้ง่าย บ่อยครั้งที่ลูกค้าถามผมว่า ใส่มุกไปนานๆทำไม ความวาวลดลง อันนี้ก้มีสาเหตุมาจากที่ผมได้กล่าวไปข้างบนนั่นแหละครับ</p>
<p>ส่วนการทำความสะอาดมุกหลังการสวมใส่นั้นทำไม่ยากครับ ถ้าไม่เป็นคราบสกปรกมากให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดแล้วก็เก็บใส่กล่องแยกไว้ต่างหาก หากเก็บรวมกับเครื่องประดับอื่นอาจจะทำให้สีกันจนเป็นรอยได้ครับ ส่วนถ้ามีคราบสกปรกก็ให้ใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดๆเช็ดแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำนะครับ ขอย้ำเพื่อนๆนะครับว่า <span style="font-size: medium;"><span style="color: #ff0000;">ห้ามใช้ แอลกอฮอลล์ เช็ดโดยเด็ดขาด</span> </span><span style="font-size: x-small;">มิเช่นนั้นน้อง มุก อาจจะเสียหายได้ครับ…โอ</span></p>
<p><span style="font-size: x-small;"> </span></p>
<p>Credit บทความ : GIT</p>
<p align="left"><strong><span style="color: #800000;">Link ที่เกี่ยวข้อง :</span></strong></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #800000;"><a href="http://www.i-love-ploy.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%811.html" target="_blank">การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 1</a></span></strong></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #800000;"><a href="http://www.i-love-ploy.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%812.html" target="_blank">การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 2</a></span></strong></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #800000;"><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%813.html" target="_blank">การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 3</a></span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%814.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 3</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%813.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%813.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 10:27:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ทิปและเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ชั้นของมุก]]></category>
		<category><![CDATA[มุก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e</guid>
		<description><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ผมงานยุ่งครับ เลยไม่ค่อยได้มีเวลาไปออกกำลังกาย พอไม่ได้ออกกำลังกายนานๆร่างกายก็เริ่มอ่อนแอลง โรคภัยไข้เจ็บก็เริ่มถามหาครับ   ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีเวลาก็หาเวลาไปออกกำลังกายกันบ้างนะครับ สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง “อโรคยา ปรมา ลาภา” ความไม่มีโรคเป้นลาภอันประเสริฐ นะครับ</p>
<p>วันนี้เรามาว่ากันในเรื่องของ การประเมินคุณภาพมุก ต่อนะครับ โดยหลักในการประเมินที่จะพูดในวันนี้คือ ความหนาของชั้นมุก (Nacre Thickness)</p>
<p>ความหนาของชั้นมุก หรือที่เรียกกันว่า Nacre Thickness ปัจจุบันนั้น การเลี้ยงมุกแบบใส่นิวเคลียสทำให้เกิดชั้นมุกซึ่งมีความหนาแตกต่างกันไป ซึ่งคำถามที่เกิดขึ้นในวงการค้ามุกคือถ้ามีมุกที่มีขนาดและคุณภาพเท่าเทียมกัน แต่ระยะเวลาในการเลี้ยงแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้ความหนาของชั้นมุกแตกต่างกันด้วย มุกทั้งสองเม็ดนี้จึงมีราคาที่แตกต่างกัน</p>
<p>โดยมุกที่มีความหนาของชั้นมุกที่มากกว่าจะมีราคาแพงมากกว่าครับ เพราะว่าชั้นมุกที่หนานั้นจะทำให้มุกที่ได้มีความทนทานมากขึ้นครับ</p>
<p>เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ผมได้มัดมือชกน้องชายวาดภาพขึ้นมาเพื่อประกอบคำอธิบาย ฮุฮุ</p>
<p align="center"></p>
<p align="center">
<p align="left">ชั้นของมุกคือช่วงระหว่างเม็ดนิวเคลียสจนถึงผิวมุกครับ</p>
<p align="left">เพื่อนๆลองสังเกตที่มุกจริงดูนะครับ โดยส่องตรงรูที่ร้อยมุก เพื่อนๆจะเห็นชั้นของมุกเหมือนในรูปครับ โดยชั้นของมุกนั้นสามารถที่จะช่วยยืนยันให้ได้ด้วยว่าเป็นมุกแท้ ถ้าเป็นมุกพลาสติกหรือมุกเทียมจะไม่มีชั้นของมุกครับ จะเป็นลักษณะของเคลือบสีที่ผิวมากกว่า</p>
<p align="left">การตรวจความหนาชั้นมุกนั้น สามารถทำได้โดยดูผ่านทางรอยเจาะจะเห็นได้ชัดเจน หรือมองในทิศที่มีไฟความเข้มสูงฉายจากด้านหลัง ถ้าชั้นมุกบางมากจะเห็นแถบเส้นขวางซึ่งเป็นลายของนิวเคลียสได้อย่างชัดเจน ในกรณีของมุกดำ หรือมุกทะเลใต้ที่ขนาดใหญ่และไม่ได้เจาะรูนั้น สามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยการฉายภาพรังสี X-ray เท่านั้นครับ</p>
<p align="left">ดังนั้นถ้าเกิดเพื่อนๆ ลองตรวจด้วยตัวเองแล้วแต่ยังไม่แน่ใจ ก็ควรที่จะส่งให้สถาบันที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจดูอีกทีดีกว่านะครับ เพราะของไม่ใช่ถูกๆ และจะได้สบายใจด้วยครับ</p>
<p [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ผมงานยุ่งครับ เลยไม่ค่อยได้มีเวลาไปออกกำลังกาย พอไม่ได้ออกกำลังกายนานๆร่างกายก็เริ่มอ่อนแอลง โรคภัยไข้เจ็บก็เริ่มถามหาครับ <img src='http://www.i-love-ploy.com/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' />  ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีเวลาก็หาเวลาไปออกกำลังกายกันบ้างนะครับ สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง <strong>“อโรคยา ปรมา ลาภา”</strong> ความไม่มีโรคเป้นลาภอันประเสริฐ นะครับ</p>
<p>วันนี้เรามาว่ากันในเรื่องของ <strong>การประเมินคุณภาพมุก</strong> ต่อนะครับ โดยหลักในการประเมินที่จะพูดในวันนี้คือ <strong>ความหนาของชั้นมุก (Nacre Thickness)</strong></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">ความหนาของชั้นมุก</span> ห</strong>รือที่เรียกกันว่า<strong> <span style="color: #000080;">Nacre Thickness</span> </strong>ปัจจุบันนั้น การเลี้ยงมุกแบบใส่นิวเคลียสทำให้เกิดชั้นมุกซึ่งมีความหนาแตกต่างกันไป ซึ่งคำถามที่เกิดขึ้นในวงการค้ามุกคือถ้ามีมุกที่มีขนาดและคุณภาพเท่าเทียมกัน แต่ระยะเวลาในการเลี้ยงแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้ความหนาของชั้นมุกแตกต่างกันด้วย มุกทั้งสองเม็ดนี้จึงมีราคาที่แตกต่างกัน</p>
<p>โดยมุกที่มีความหนาของชั้นมุกที่<strong>มากกว่า</strong>จะมีราคาแพงมากกว่าครับ เพราะว่าชั้นมุกที่หนานั้นจะทำให้มุกที่ได้มีความทนทานมากขึ้นครับ</p>
<p>เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ผมได้มัดมือชกน้องชายวาดภาพขึ้นมาเพื่อประกอบคำอธิบาย ฮุฮุ</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/Pearl_inside.gif" alt="" width="286" height="286" /></p>
<p align="center">
<p align="left">ชั้นของมุกคือช่วงระหว่างเม็ดนิวเคลียสจนถึงผิวมุกครับ</p>
<p align="left">เพื่อนๆลองสังเกตที่มุกจริงดูนะครับ โดยส่องตรงรูที่ร้อยมุก เพื่อนๆจะเห็นชั้นของมุกเหมือนในรูปครับ โดยชั้นของมุกนั้นสามารถที่จะช่วยยืนยันให้ได้ด้วยว่าเป็นมุกแท้ ถ้าเป็นมุกพลาสติกหรือมุกเทียมจะไม่มีชั้นของมุกครับ จะเป็นลักษณะของเคลือบสีที่ผิวมากกว่า</p>
<p align="left">การตรวจความหนาชั้นมุกนั้น สามารถทำได้โดยดูผ่านทางรอยเจาะจะเห็นได้ชัดเจน หรือมองในทิศที่มีไฟความเข้มสูงฉายจากด้านหลัง ถ้าชั้นมุกบางมากจะเห็นแถบเส้นขวางซึ่งเป็นลายของนิวเคลียสได้อย่างชัดเจน ในกรณีของมุกดำ หรือมุกทะเลใต้ที่ขนาดใหญ่และไม่ได้เจาะรูนั้น สามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยการฉายภาพรังสี X-ray เท่านั้นครับ</p>
<p align="left">ดังนั้นถ้าเกิดเพื่อนๆ ลองตรวจด้วยตัวเองแล้วแต่ยังไม่แน่ใจ ก็ควรที่จะส่งให้สถาบันที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจดูอีกทีดีกว่านะครับ เพราะของไม่ใช่ถูกๆ และจะได้สบายใจด้วยครับ</p>
<p align="left">สำหรับในตอนหน้านั้นเพื่อนๆจะได้ รู้เกี่ยวกับสีของมุกครับ ว่าสีไหนเป็นที่นิยมและการดูสีนั้น ดูอย่างไรครับ สำหรับวันนี้สวัสดี…โอ</p>
<p align="left"><strong><span style="color: #800000;">Link ที่เกี่ยวข้อง :</span></strong></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #800000;"><a href="http://www.i-love-ploy.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%811.html" target="_blank">การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 1</a></span></strong></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #800000;"><a href="http://www.i-love-ploy.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%812.html" target="_blank">การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 2</a></span></strong></p>
<p align="left">Credit ข้อมูลจาก : GIT</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%813.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%812.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%812.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2009 10:42:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ทิปและเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[มุก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e</guid>
		<description><![CDATA[<p>สวัสดีวันพฤหัสบดีครับ วันนี้มีเวลาว่างมาเขียนบล้อกให้เพื่อนๆ อ่านกันต่อซะทีนะครับ ช่วงนี้เรื่องของมุกเยอะเป็นพิเศษ หวังว่าเพื่อนๆคงยังไม่รีบเบื่อนะครับ เหตุที่ผมเลือก มุก มาเขียนก่อนเพราะช่วงนี้เทรนด์ของมุกกำลังขึ้นครับ เลยคิดว่าน่าจะโดนใจเพื่อนๆไม่มากก็น้อย</p>
<p>ว่ามาซะยาว วันนี้ผมขอเล่าเรื่อง การประเมินคุณภาพของมุก ในส่วนของความวาวของมุก หรือที่ในวงการ Jewelry เรียกกันว่า Luster นะครับ</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center">     รูป : Luster ที่สวยที่สุดเรียงจากซ้ายไปขวา</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p> 
<p>ในบทความนี้รูปอาจจะน้อยสักหน่อยนะครับ เพราะหารูปมาให้ดูค่อนข้างยาก</p>
<p>ความวาวของมุกหรือที่เราเรียกกันว่า Luster นั้น เกิดจากระดับความเรียบและการสะท้อนของแสงบนผิวของมุกที่เราสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า โดยปัจจัยที่มีผลต่อความวาวของมุกมีดังนี้ครับ</p>

เทคนิกในการเลี้ยงหอยมุก &#8211; สังเกตง่ายๆครับทำไมมุกของ Mikimoto ถึงมีคนชอบกันมากมาย? 
แหล่งน้ำที่ใช้เลี้ยงมุก &#8211; น้ำจืด น้ำเค็ม 
สุขภาพของหอยมุก &#8211; เปรียบง่ายๆกับคนครับ ถ้าร่างกายสบายดีผลงานก็ออกมาดี ถ้าเจ็บป่วยก็ไม่ค่อยมีกำลังที่จะทำงาน 
ระยะเวลาในการเลี้ยงมุก 
ช่วงเวลาในการเก็บมุก 
มลภาวะของน้ำ &#8211; ก้เหมือนคนเรา แหล่งที่อยู่อาศัย คงไม่มีใครชอบอาศัยอยู่ในบ้านที่สกปรกหรอกนะครับ หอยมุกก็เหมือนกัน 
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีวันพฤหัสบดีครับ วันนี้มีเวลาว่างมาเขียนบล้อกให้เพื่อนๆ อ่านกันต่อซะทีนะครับ ช่วงนี้เรื่องของมุกเยอะเป็นพิเศษ หวังว่าเพื่อนๆคงยังไม่รีบเบื่อนะครับ เหตุที่ผมเลือก มุก มาเขียนก่อนเพราะช่วงนี้เทรนด์ของมุกกำลังขึ้นครับ เลยคิดว่าน่าจะโดนใจเพื่อนๆไม่มากก็น้อย</p>
<p>ว่ามาซะยาว วันนี้ผมขอเล่าเรื่อง การประเมินคุณภาพของมุก ในส่วนของความวาวของมุก หรือที่ในวงการ Jewelry เรียกกันว่า <strong>Luster</strong> นะครับ</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/Luster-Grading.gif" width="446" height="122" />     <br />รูป : Luster ที่สวยที่สุดเรียงจากซ้ายไปขวา</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p> <span id="more-377"></span>
<p>ในบทความนี้รูปอาจจะน้อยสักหน่อยนะครับ เพราะหารูปมาให้ดูค่อนข้างยาก</p>
<p>ความวาวของมุกหรือที่เราเรียกกันว่า Luster นั้น เกิดจากระดับความเรียบและการสะท้อนของแสงบนผิวของมุกที่เราสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า โดยปัจจัยที่มีผลต่อความวาวของมุกมีดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>เทคนิกในการเลี้ยงหอยมุก &#8211; สังเกตง่ายๆครับทำไมมุกของ Mikimoto ถึงมีคนชอบกันมากมาย? </li>
<li>แหล่งน้ำที่ใช้เลี้ยงมุก &#8211; น้ำจืด น้ำเค็ม </li>
<li>สุขภาพของหอยมุก &#8211; เปรียบง่ายๆกับคนครับ ถ้าร่างกายสบายดีผลงานก็ออกมาดี ถ้าเจ็บป่วยก็ไม่ค่อยมีกำลังที่จะทำงาน </li>
<li>ระยะเวลาในการเลี้ยงมุก </li>
<li>ช่วงเวลาในการเก็บมุก </li>
<li>มลภาวะของน้ำ &#8211; ก้เหมือนคนเรา แหล่งที่อยู่อาศัย คงไม่มีใครชอบอาศัยอยู่ในบ้านที่สกปรกหรอกนะครับ หอยมุกก็เหมือนกัน </li>
<li>การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำ &#8211; น้ำร้อนหรือเย็นไปรึเปล่า </li>
<li>ภัยธรรมชาติต่างๆ </li>
<li>ชนิดของหอยมุก &#8211; หอยแต่ะละชนิด ให้มุกที่ไม่เหมือนกัน </li>
</ul>
<p>เห็นมั้ยล่ะครับ การที่จะให้มุกแต่ละเม็ดนั้นออกมาสวยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะครับ ฟาร์มเลี้ยงหอยมุกแต่ละที่ต้องพิถีพิถันเป็นอย่างมากในการเลี้ยง จะเลี้ยงแบบปล่อยปะละเลยนี่ไม่ได้แน่นอน</p>
<p>&#160;</p>
<p><font color="#800080"><strong>โดยการจัดระดับความวาวของมุกแบ่งได้เป็น 5 ระดับ คือ</strong></font></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="2" width="288">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="119"><strong>Very High</strong></td>
<td valign="top" width="167">ความวาวสูงมาก</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="119"><strong>High</strong></td>
<td valign="top" width="167">ความวาวสูง</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="119"><strong>Medium</strong> </td>
<td valign="top" width="167">ความวาวปานกลาง</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="119"><strong>Low</strong></td>
<td valign="top" width="167">ความวาวต่ำ</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="119"><strong>           <br />Very Low</strong></td>
<td valign="top" width="167">
<p>ความวาวต่ำมาก</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&#160;</p>
<p><strong><font color="#800000">ถามว่ามุกที่มีความวาวสูงมีลักษณะอย่างไร?</font></strong> </p>
<p>มุกที่มีความวาวสูงนั้นสามารถที่จะสังเกตได้จากเงาสะท้อนซึ่งจะต้องเห็นภาพสะท้อนได้คมชัดไม่แตกพร่ามีความแตกต่างของเงาส่วนมืดและส่วนสว่างอย่างชัดเจน ถ้านึกภาพไม่ออกลองดูรูปด้านบนแล้วเปรียบเทียบระหว่างเม็ดซ้ายสุดกับขวาสุดดูนะครับ หรือถ้าเข้าไปในร้าน Jewelry ลองหยิบสร้อยมุกขึ้นมาเทียบดูก็ได้นะครับ เพราะส่วนใหญ่ Luster จะไม่เหมือนกันเปี้ยบ จะแตกต่างกันนิดหน่อยอยู่แล้วครับ</p>
<p>*ในการประเมินความวาวของมุกนั้นสิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมที่จะหมุนมุกไปรอบๆ ทุกทิศทางเพื่อดูความสม่ำเสมอของความวาว ถ้ามีหลายเม็ดอย่าลืมที่จะเปรียบเทียบกับเม็ดข้างเคียงด้วยนะครับ…โอ</p>
<p>&#160;</p>
<p>Credit : รูปและบทความจาก GIT</p>
<p><strong><font color="#800000">Link ที่เกี่ยวข้อง :</font></strong></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%811.html" target="_blank">การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 1</a></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad.html">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 1</a></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b22.html">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 2</a></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-3.html">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 3</a></p>
<p><strong><font color="#800000">&#160;</font></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%812.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประเมินคุณภาพมุก &#8211; ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%811.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%811.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2009 07:05:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ทิปและเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[มุก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e</guid>
		<description><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ด้วยเหตุที่เรื่องการประเมินคุณภาพของมุก เป็นเรื่องที่ละเอียด ทำให้ผมไม่สามารถที่จะจบลงในตอนเดียวได้ ผมเลยขอนำขึ้นมาแยกเป็นหัวข้อขึ้นมาใหม่ตังหากเลยนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก้เริ่มเลยครับ</p>
<p>หลักในการประเมินคุณภาพของมุกประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 5 ประการ ที่ใช้ในการพิจารณา คือ รูปร่าง (Shape), ความวาว (luster), ความหนาของชั้นมุก (Nacre Thickness), สี (Color) และ ความสมบูรณ์ของผิว (Surface Perfection)</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="left">สำหรับในตอนที่ 1 นี้ผมจะขอพูดถึงการประเมินคุณภาพของมุกในด้านรูปร่างก่อนนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มเลยครับ ^^ </p>
<p> 
<p>รูปร่างของมุก</p>
<p>เนื่องจากมุกนั้นถือได้ว่าเป็นอัญมณีที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงจันทร์ ดังนั้นรูปร่างที่ถือว่าดีและมีค่ามากที่สุดคือรูปทรงกลม (Round) แต่เนื่องจากความเป็นจริงนั้น มุกเป็นผลิตผลที่เกิดมาจากธรรมชาติ เราจึงไม่สามารถที่จะคุมให้มันออกมากลมเป๊ะเหมือนมุกเทียมได้ ดังนั้นผลผลิตของมุกที่ได้จึงมีรูปร่างหลากหลายแบบ ซึ่งสามารถจัดออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้</p>
<p>1. Round Pearl (ราวน์ เพิร์ล) หรือ มุกแบบกลม</p>
<p>มุกยอดนิยมที่มีราคาดีที่สุด    มีรูปร่างกลม กลมยังไง? สามารถทดสอบได้โดยเมื่อกลิ้งไปตามพื้นเรียบเอียงจะต้องเดินทางเป็นเส้นตรงไม่มี การสะดุด ดูรูปนะครับกลมดิ้กเลย</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center"> [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ด้วยเหตุที่เรื่อง<strong>การประเมินคุณภาพของมุก</strong> เป็นเรื่องที่ละเอียด ทำให้ผมไม่สามารถที่จะจบลงในตอนเดียวได้ ผมเลยขอนำขึ้นมาแยกเป็นหัวข้อขึ้นมาใหม่ตังหากเลยนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก้เริ่มเลยครับ</p>
<p>หลักในการประเมินคุณภาพของมุกประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 5 ประการ ที่ใช้ในการพิจารณา คือ รูปร่าง (Shape), ความวาว (luster), ความหนาของชั้นมุก (Nacre Thickness), สี (Color) และ ความสมบูรณ์ของผิว (Surface Perfection)</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/grading-pearl.gif" />&#160;</p>
<p align="left">สำหรับในตอนที่ 1 นี้ผมจะขอพูดถึง<strong>การประเมินคุณภาพของมุก</strong>ในด้านรูปร่างก่อนนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มเลยครับ ^^ </p>
<p> <span id="more-371"></span>
<p><strong>รูปร่างของมุก</strong></p>
<p>เนื่องจากมุกนั้นถือได้ว่าเป็นอัญมณีที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงจันทร์ ดังนั้นรูปร่างที่ถือว่าดีและมีค่ามากที่สุดคือรูปทรงกลม (Round) แต่เนื่องจากความเป็นจริงนั้น มุกเป็นผลิตผลที่เกิดมาจากธรรมชาติ เราจึงไม่สามารถที่จะคุมให้มันออกมากลมเป๊ะเหมือนมุกเทียมได้ ดังนั้นผลผลิตของมุกที่ได้จึงมีรูปร่างหลากหลายแบบ ซึ่งสามารถจัดออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้</p>
<p><strong><font color="#ff00ff">1. Round Pearl (ราวน์ เพิร์ล) หรือ มุกแบบกลม</font></strong></p>
<p>มุกยอดนิยมที่มีราคาดีที่สุด    <br />มีรูปร่างกลม กลมยังไง? สามารถทดสอบได้โดยเมื่อกลิ้งไปตามพื้นเรียบเอียงจะต้องเดินทางเป็นเส้นตรงไม่มี การสะดุด ดูรูปนะครับกลมดิ้กเลย</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/Pearl-Earrings-White-Lge.gif" width="210" height="210" />     <br />รูป : มุกทรงกลม</p>
<p>&#160;</p>
<p><strong><font color="#008000">2. Off-Round Pearl (ออฟ ราวน์ เพิร์ล) หรือ มุกกลมแบน หรือ รีเล็กน้อย</font></strong></p>
<p>มุกนี้เป็นที่นิยมรองลงมาครับ</p>
<p>ในปัจจุบันมีคนที่ใช้มุกประเภทนี้เป็นเครื่องประดับค่อนข้างเยอะครับ โดยเฉพาะมุกที่เป็นทรงเกือบจะกลม(รีนิดๆ)เพราะเราสามารถที่จะดีไซน์ตัวครอบมุกให้สวยๆ เพื่อที่พอทำเข้าตัวเรือนเสร็จแล้วจะทำให้ออกมาแล้วคล้ายมุกกลมครับ</p>
<p>ดีนะครับได้ความสวยที่ใกล้เคียงกันแต่ราคาย่อมเยาว์กว่า ^^</p>
<p>&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/Off-round-pearl.gif" />&#160; <br />รูป : Off Round Pearl ครับ</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/off-round-pearl2.gif" width="308" height="308" />     <br />รูป : Off Round Pearl เหมือนกันครับแต่มีการใช้หมวกมาช่วยเลยทำให้ดูกลม *-*</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="left"><strong><font color="#008080">3. Semi-Baroque Pearl (เซไม บาร็อก เพิร์ล) หรือ มุกที่มีรูปร่างไม่กลมอย่างชัดเจน อาจมีรูปร่างคล้ายหยดน้ำ ไข่ หรือ กระดุม เป็นต้น</font></strong></p>
<p align="left">โดย Semi-Baroque Pearl นั้นถึงแม้ว่ารปร่างจะไม่ค่อยกลมก็ตามทีแต่ถ้ามี Luster ที่สวยงาม เค้าก็เอามาทำเป็นเครื่อประดับเหมือนกันครับ</p>
<p align="left">&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/semi-baroque-pearl.gif" />     <br />รูป : Semi-Baroque Pearl อันนี้เหมือนผลฝรั่งเลยแฮะ</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/semi-baroque-2.gif" width="285" height="285" />     <br />รูป : Semi Baroque อีกรูปครับ</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="left"><strong><font color="#0000ff">4. Baroque Pearl (บาร็อก เพิร์ล) หรือ มุกที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน ส่นมากผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ รูปร่างอาจคล้าย ฟัน เห็ด หรือ หนอน เป็นต้น</font></strong></p>
<p align="left">มุกประเภทนี้ พักหลังนี้จะเห็นในตลาดได้ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากราคาค่อนข้างถูกและเป็นมุกที่ท้าทายความสามารถของ ดีไซน์เน่อร์ ได้เป็นอย่างดีครับ </p>
<p align="left">“ของที่ไม่ค่อยสวยทำยังไงล่ะมันถึงจะออกมาสวยได้? แน่นอนต้องมีรูปแบบและดีไซน์ครับ”</p>
<p align="left">&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/baroquea-pearl-3.gif" />&#160; <br />รูป : Baroque Pearl ครับ มาเป็นตัวหนอนเลย –_-</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/baroque-pearl4.gif" />     <br />รูป : Baroque Pearl เอามาร้อยกัน แต่งซะหน่อยสวยดีแฮะ</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/baroque-pearl2.gif" />     <br />รูป : Baroque Pearl อันนี้ผมชอบครับออกแบบได้โดนมาก</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="center"><img src="http://www.hermitage.museum.ru/imgs_En/03/artwork/e3_3_2_3c_jewelery.jpg" width="260" height="388" />     <br />รูป : Baroque Pearl เม็ดตรงกลางครับ</p>
<p align="center">&#160;</p>
<p align="left">หลายคนอาจจะงงว่าทำไมผมเอาภาพของ มุก Baroque มาให้ดูเยอะจังเลย? เหตุเพราะว่าผมถือว่าถ้าเป็นมุก Baroque เฉยๆมันไม่สวยแน่ครับแต่พอเราจับมาใส่ความคิด รูปแบบและดีไซน์ของคนเข้าไปมันกลายเป็นอะไรที่สุดยอดครับ </p>
<p align="left"><strong><font color="#808000">*Tips เล็กน้อยเกี่ยวกับราคามุกครับ</font> </strong>ราคาของมุกนั้นจะมีราคาแพงที่สุดก็ต่อเมื่อมีรูปร่างกลมและจะลดหลั่นลงมาเรื่อยๆตามลำดับ ในรูปร่างแบบ Baroque นั้นราคาอาจลดลงมาได้ถึง 55-80% เมื่อเทียบกับราคามุกกลม</p>
<p align="left">เห็นอย่างนี้แล้วเพื่อนๆอาจจะลองซื้อมุก Baroque มาแล้วลองออกแบบเองดูก็ได้นะครับ ^^</p>
<p><strong><font color="#808000">*มุกทั่วๆไปทีพบในท้องตตลาดมักจะมีรูปร่างดังที่สรุปได้ดังนี้ </font><font color="#800000">(ไว้ให้เพื่อนๆลองสังเกตดูเองนะครับ<u>ส่วนใหญ่</u>จะเป็นแบบนี้)</font></strong></p>
<ul>
<li><font color="#000000">มุกญี่ปุ่น ที่มีชั้นมุกบางมักจะมีรูปร่างกลม</font> </li>
<li>มุกญี่ปุ่น ที่มีชั้นมุกหนา มักจะมีรูปร่างแบบ Off-Round </li>
<li>มุกทะเลใต้และมุกดำ (South Sea and Black Pearls) ไม่ค่อยพบกลมที่สมบูรณ์เนื่องจากมุกมีขนาดใหญ่ </li>
<li>มุกน้ำจืดธรรมชาติและเลี้ยง หรือที่เรียกว่ามุกจีน ส่วนมากพบแบบ Baroque และแบบ Off-Round โดยเฉพาะแบบหลังจะเยอะ </li>
</ul>
<p>*ถ้าใครไม่ทราบว่ามุกจีนหรือมุกญี่ปุ่นคืออะไร? ให้ไปอ่านบทนี้นะครับ <a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-3.html" target="_blank">ศัพท์เกี่ยวกับมุก</a></p>
<p>สำหรับตอนนี้รูปค่อนข้างเยอะหน่อยนะครับ แต่เพื่อให้เพื่อนๆได้เห็นภาพชัดเจน ถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็ โพสถามไว้ได้นะครับ สำหรับวันนี้ไปก่อนครับ…โอ</p>
<p><strong><font color="#800000">Link ที่เกี่ยวข้อง :</font></strong></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad.html">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 1</a></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b22.html">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 2</a></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-3.html">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 3</a></p>
<p>&#160;</p>
<p><strong>Credit รูป :</strong> </p>
<p>http://www.girlslovepearls.com.au   <br /> http://www.hansenjewelry.com    <br />http://hermitagemuseum.org    <br />http://www.lovelljewellers.com<font color="#000000">     <br /></font>http://www.undrilledpearls.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%811.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 3</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-3.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-3.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 13:22:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[มุก]]></category>
		<category><![CDATA[มุกซีก]]></category>
		<category><![CDATA[มุกน้ำจืด]]></category>
		<category><![CDATA[มุกน้ำเค็ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%</guid>
		<description><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยระวังอย่าให้เป็นหวัดกันนะครับ ส่วนตัวผม ไม่ค่อยชอบฝนสักเท่าไหร่นักเพราะออกไปข้างนอกได้ลำบากในเวลากลางวัน แต่ถ้าตกในเวลากลางคืนแล้วละก็เยี่ยมเลย หลับเย็นสบายครับ  </p>
<p>เคยได้ยินคนพูดกันว่า มุกจีน มุกญี่ปุ่น มุกซีกฯลฯ บางคนอาจจะสงสัยว่าเค้าพูดอะไรกัน งงเว้ย~~ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปรู้จักศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับมุกกันนะครับ</p>
<p align="center"></p>
<p align="left">
<p></p>
<p>เริ่มจากมุกยอดนิยมเลยครับ</p>
<p>1.มุกญี่ปุ่น หรือ มุกอะโกย่า (Akoya Pearl)</p>
<p>เป็นชื่อที่ใช้เรียกมุกน้ำเค็มที่เกิดจากหอยอะโกย่า (Akoya) โดยให้มุกที่มีสีขาว ครีม ชมพู ฟ้าและเหลือง โดยทั่วไปขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 10 มม. มีการเลี้ยงทั้งที่ญี่ป่น แล้ว ก็ประเทศจีน</p>
<p>มุกอะโกย่า(Akoya) นี้จะพบเห็นและเจอได้ในตลาดบ่อยมากนะครับส่วนใหญ่ที่เค้าเรียกกันว่า Culture Pearl ก็มุกชนิดนี้และครับ ^^ เพื่อนๆลองเข้าไปในร้านขาย มุก ดูนะครับแล้วลองถามดูว่านี่ใช่ มุกอะโกย่า(Akoya) รึเปล่าครับ รับรองคนขายต้องอึ้งครับว่า โหมีความรู้พอตัว จะได้ไม่สุ่มสี่สุ่มห้า หลอกเราครับ</p>
<p align="center">
รูป : มุก Akoya ครับ</p>
<p align="center">
<p align="left">2.มุกทะเลใต้ หรือ เซ้าท์ซี (Southsea [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยระวังอย่าให้เป็นหวัดกันนะครับ ส่วนตัวผม ไม่ค่อยชอบฝนสักเท่าไหร่นักเพราะออกไปข้างนอกได้ลำบากในเวลากลางวัน แต่ถ้าตกในเวลากลางคืนแล้วละก็เยี่ยมเลย หลับเย็นสบายครับ <img src='http://www.i-love-ploy.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เคยได้ยินคนพูดกันว่า มุกจีน มุกญี่ปุ่น มุกซีกฯลฯ บางคนอาจจะสงสัยว่าเค้าพูดอะไรกัน งงเว้ย~~ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปรู้จักศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับมุกกันนะครับ</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/pearl_jewelry_690_large.jpg" alt="" /></p>
<p align="left">
<p><span id="more-359"></span></p>
<p>เริ่มจากมุกยอดนิยมเลยครับ</p>
<p><strong><span style="color: #408080;">1.มุกญี่ปุ่น หรือ มุกอะโกย่า (Akoya Pearl)</span></strong></p>
<p>เป็นชื่อที่ใช้เรียกมุกน้ำเค็มที่เกิดจากหอยอะโกย่า (Akoya) โดยให้มุกที่มีสีขาว ครีม ชมพู ฟ้าและเหลือง โดยทั่วไปขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง<em><strong>เล็กกว่า 10 มม.</strong></em> มีการเลี้ยงทั้งที่ญี่ป่น แล้ว ก็ประเทศจีน</p>
<p>มุกอะโกย่า(Akoya) นี้จะพบเห็นและเจอได้ในตลาดบ่อยมากนะครับ<strong>ส่วนใหญ่</strong>ที่เค้าเรียกกันว่า <strong>Culture Pearl</strong> ก็มุกชนิดนี้และครับ ^^ เพื่อนๆลองเข้าไปในร้านขาย มุก ดูนะครับแล้วลองถามดูว่านี่ใช่ มุกอะโกย่า(Akoya) รึเปล่าครับ รับรองคนขายต้องอึ้งครับว่า โหมีความรู้พอตัว จะได้ไม่สุ่มสี่สุ่มห้า หลอกเราครับ</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/akoya_Pearl.gif" alt="" /><br />
รูป : มุก Akoya ครับ</p>
<p align="center">
<p align="left"><strong><span style="color: #800040;">2.มุกทะเลใต้ หรือ เซ้าท์ซี (Southsea Pearl)</span></strong></p>
<p>เป็นชื่อที่ใช้เรียกมุกเลี้ยงน้ำเค็มที่เกิดจากหอย Pinctada Maxima หรือ หอยจาน โดยทั่วไปมุกชนิดนี้มีสีขาว เทา และเหลือง มีการเลี้ยงมากที่ประเทศออสเตรเลีย อินโดนิเซีย พม่า และไทย ขนาดของมุก<strong><em>ทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 10 มม. บางครั้งอาจใหญ่ได้ถึง มากกว่า 20 มม.</em></strong></p>
<p align="center">
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/southseareview.gif" alt="" width="332" height="298" /><br />
รูป : มุก South Sea หลากสี</p>
<p align="center">
<p align="left"><strong><span style="color: #008000;">3.มุกตาฮิติ หรือ มุกดำ (Tahitian Pearl or Black Pearl)</span></strong></p>
<p align="left">เป็นชื่อที่ใช้เรียกมุกเลี้ยงน้ำเค็มที่เกิดจากหอยมุกพันธุ์ Pinctada Magaritifera หรือ Black – lip Oyster โดยทั่วไปมีสีดำ เทา น้ำตาลอมเทา และเงิน ถ้ามีสีเหลือบเป็นวีเขียวเรียกว่า Peacock Color สีขนนกยูงนั่นแหละครับ จะมีราคาสูงกว่าปกติ ขนาดโดยทั่วไปมีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่างประมาณ 10-20 มม.</p>
<p align="left">
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/South-Sea-Pearl.gif" alt="" /><br />
รูป : Tahitian Pearl เหลือบออกเขียวนกยูง</p>
<p align="center">
<p align="left"><strong><span style="color: #0000ff;">4.มุกจีน</span></strong></p>
<p align="left">เป็นชื่อที่ใช้เรียกมุกเลี้ยงน้ำจืดที่เลี้ยงในประเทศจีน ซึ่งในปัจจุบันเป้นที่นิยมมากเนื่องจากมีราคาถูก และบางส่วนถูกนำไปทำเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางค์และยาแผนโบราณ</p>
<p align="left">
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/fresh-water-pearl.gif" alt="" /><br />
รูป : มุกจีน<br />
<em>*สังเกตดีๆว่าแต่ละลูกจะไม่กลมสักทีเดียวนะครับ เป็นเอกลักษณ์ของมุกจีนเค้า</em></p>
<p align="center"><em></em></p>
<p align="center"><em></em></p>
<p align="center"><em></em></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #808000;">5.มุกซีก หรือ มาเบ้ (Mabe Pearl)</span></strong></p>
<p align="left">เป็นชื่อที่ใช้เรียกมุกเลี้ยงที่มีลักษณะเป็นโดมสามารถเลี้ยงได้ด้วยหอยหลายชนิด เช่น หอยปีกนก หรือ หอยเป่าฮื้อเป็นต้น</p>
<p align="left">โดยส่วนตัวผมชอบมุกประเภทนี้นะ กลมน่ารักเหมือนซาลาเปาดี</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/mabe-pearl.gif" alt="" /><br />
รูป : Mabe Pearl เต็มเม็ด</p>
<p align="center">
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/mabe_pearl-1.gif" alt="" /><br />
รูป : Mabe Pearl ที่เข้าตัวเรือนแล้ว</p>
<p>ครับนี่ก็เป็นมุกส่วนใหญ่ที่พบในร้าน Jewelry นะครับ สำหรับในตอนหน้าผมจะพาไปดูวิธีประเมินคุณภาพของมุกกันนะครับ อดใจรอกันหน่อยนะครับ ^^ ส่วนใครที่จะหาอ่านตอนที่ 1 กับ 2 ก็อยู่ข้างล่างนี้แล้วนะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ …โอ</p>
<p><strong><span style="color: #800000;">Link ที่เกี่ยวข้อง :</span></strong></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad.html" target="_blank">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 1</a></p>
<p><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b22.html" target="_blank">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 2</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b22.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b22.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2009 10:39:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[กำเนิดมุก]]></category>
		<category><![CDATA[มุก]]></category>
		<category><![CDATA[หอยมุก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%</guid>
		<description><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มารู้จักน้องมุกกันต่อนะครับ เพื่อนๆอาจจะคงอยากรู้ว่า ทำไมมุกถึงมีความวาวสวยและมีราคาพอสมควรในตลาด ดังนั้นวันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับต้นกำเนิดของมุกครับ พร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ</p>
<p align="center">
<p align="center"></p>
<p align="center">
<p></p>
<p>การที่เราจะรู้จักวิธีทำมุกเลี้ยงที่กระผมได้กล่าวเอาไว้ใน ตอนที่ 1 นั้นเราต้องเข้าใจก่อนว่าการกำเนิดของมุกนั้นเป็นยังไง การกำเนิดของมุกธรรมชาตินั้น สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่ปรสิตที่มาเกาะบนผิวเปลือกหอยนั้น ได้เจาะทะลุลงไปในตัวหอย เมื่อปรสิตเข้าไปภายในจ้าตัวหอยมุกได้นั้น จึงทำให้เจ้าหอยมุกต้องกำจัดสารแปลกปลอมนั้นๆ โดยหอยมุกจะผลิตสารเคลือบที่เรียกว่าชั้นมุก (Nacre) ออกมาหุ้มสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นๆ เมื่อเวลานานเข้าก็ก่อให้เกิดเม็ดมุกขึ้นในตัวหอยมุกนั่นเองครับ</p>
<p align="center">
ภาพ : ไข่มุกบนเปลือกหอยมุก</p>
<p align="center">
<p align="left">ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่สร้างชั้นมุกคือ เนื้อเยื่อที่เรียกกันว่า แมนเทิล (Mantle) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อบางๆที่ทำหน้าที่สร้างเปลือกหอยนั่นเอง จากการค้นพบนี้เองนำไปสู่การใช้เนื้อเยื่อดั่งกล่าวมาประยุกต์ในการเพาะเลี้ยงมุก</p>
<p align="left">ในการเพาะเลี้ยงมุกน้ำเค็มนั้นจะใช้ชิ้นเนื้อเยื่อขนาดเล็กนี้ประกบกับ ลูกปัดกลม(ทำมาจากเปลือกหอยน้ำจืดทางอเมริกา) ใส่เข้าไปในอวัยวะที่เรียกว่า Gonad หรือรังไข่ในตัวหอมุกแล้วปล่อยให้เนื้อเยื่อแผ่นเล็กๆนี้เติบโตกลางเป็นถุงหุ้มลูกปัดดังกล่าวซึ่งเรียกว่า Pearl Sac แล้วเนื้อเยื่อดังกล่าวก็จะค่อยๆสร้างชั้นมุกขึ้นมาเคลือบลูกปัดกลมเอาไว้ ทังนี้สีของมุกขึ้นอยู่กับว่าใช้เนื้อเยื่สีอะไร นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงเห็นมุกสีดำอยู่ในตลาด เพราะว่าเค้าใช้เนื้อเยื่อของหอยมุกพันธ์ Pinctada Magaritifera ซึ่งหอยมุกชนิดนี้จะมีสีดำนั่นเอง</p>
<p align="center">
<p align="center">
ภาพ : การใส่เนื้อเยื่อลงในหอยมุก ใส่จริง เจ็บจริง ได้มุกจริงครับ O-O</p>
<p align="center">
แงะกันให้ดูไปเลย</p>
<p align="center">
<p [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มารู้จักน้อง<strong>มุก</strong>กันต่อนะครับ เพื่อนๆอาจจะคงอยากรู้ว่า ทำไมมุกถึงมีความวาวสวยและมีราคาพอสมควรในตลาด ดังนั้นวันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับต้นกำเนิดของ<strong>มุก</strong>ครับ พร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ</p>
<p align="center">
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/Pearl_sac_formation.gif" alt="" /></p>
<p align="center">
<p><span id="more-354"></span></p>
<p>การที่เราจะรู้จักวิธีทำมุกเลี้ยงที่กระผมได้กล่าวเอาไว้ใน <a href="http://www.i-love-ploy.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD.html" target="_blank">ตอนที่ 1</a> นั้นเราต้องเข้าใจก่อนว่าการกำเนิดของมุกนั้นเป็นยังไง การกำเนิดของมุกธรรมชาตินั้น สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่ปรสิตที่มาเกาะบนผิวเปลือกหอยนั้น ได้เจาะทะลุลงไปในตัวหอย เมื่อปรสิตเข้าไปภายในจ้าตัวหอยมุกได้นั้น จึงทำให้เจ้าหอยมุกต้องกำจัดสารแปลกปลอมนั้นๆ โดยหอยมุกจะผลิตสารเคลือบที่เรียกว่าชั้นมุก (Nacre) ออกมาหุ้มสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นๆ เมื่อเวลานานเข้าก็ก่อให้เกิดเม็ดมุกขึ้นในตัวหอยมุกนั่นเองครับ</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/Pinctada_maxima.gif" alt="" width="253" height="194" /><br />
ภาพ : ไข่มุกบนเปลือกหอยมุก</p>
<p align="center">
<p align="left">ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่สร้างชั้นมุกคือ เนื้อเยื่อที่เรียกกันว่า แมนเทิล (Mantle) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อบางๆที่ทำหน้าที่สร้างเปลือกหอยนั่นเอง จากการค้นพบนี้เองนำไปสู่การใช้เนื้อเยื่อดั่งกล่าวมาประยุกต์ในการเพาะเลี้ยงมุก</p>
<p align="left">ในการเพาะเลี้ยงมุกน้ำเค็มนั้นจะใช้ชิ้นเนื้อเยื่อขนาดเล็กนี้ประกบกับ <strong>ลูกปัดกลม(ทำมาจากเปลือกหอยน้ำจืดทางอเมริกา) </strong>ใส่เข้าไปในอวัยวะที่เรียกว่า Gonad หรือรังไข่ในตัวหอมุกแล้วปล่อยให้เนื้อเยื่อแผ่นเล็กๆนี้เติบโตกลางเป็นถุงหุ้มลูกปัดดังกล่าวซึ่งเรียกว่า Pearl Sac แล้วเนื้อเยื่อดังกล่าวก็จะค่อยๆสร้างชั้นมุกขึ้นมาเคลือบลูกปัดกลมเอาไว้ ทังนี้สีของมุกขึ้นอยู่กับว่าใช้เนื้อเยื่สีอะไร นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงเห็นมุกสีดำอยู่ในตลาด เพราะว่าเค้าใช้เนื้อเยื่อของหอยมุกพันธ์ Pinctada Magaritifera ซึ่งหอยมุกชนิดนี้จะมีสีดำนั่นเอง</p>
<p align="center">
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/learnpic.jpg" alt="" /><br />
ภาพ : การใส่เนื้อเยื่อลงในหอยมุก ใส่จริง เจ็บจริง ได้มุกจริงครับ O-O</p>
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/aokya-2.gif" alt="" /><br />
แงะกันให้ดูไปเลย</p>
<p align="center">
<p align="center"><img src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/southsea-met1-1.gif" alt="" /><br />
อีกสักรูป</p>
<p align="center">
<p align="left">เพื่อนๆคงพอจะเห็นภาพของ<strong>มุก</strong>เวลาอยู่ในหอยจากรูปข้างบนแล้วนะครับ ว่าแล้วก็ไปคุยกันต่อ..<br />
ความหนาของชั้น<strong>มุก</strong>นั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเพาะเลี้ยง สภาพแวดล้อมต่างๆของสถานที่เพาะเลี้ยง โดยทั่วไปหอยมุกน้ำเค็ม 1 ตัวสามารถผลิตมุกได้ 2-3 เม็ด โดยเฉลี่ยต่อตัวตลอดอายุของหอยมุก</p>
<p>ส่วนมุกเลี้ยงน้ำจืดนั้นจะต้องมีการใช้แผ่นเนื้อเยื่อแมนเทิลเล็กๆ เช่นเดียวกับการเลี้ยง<strong>มุก</strong>น้ำเค็ม แต่จะแตกต่างกันตรงที่หอย<strong>มุก</strong>น้ำจืดนั้นจะฝังแมนเทิลเล็กๆเข้าไปในชั้นแมนเทิลของหอยมุกที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงโดยไม่ได้มีการนำไปติดกับลูกปัดก่อน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้<strong>มุก</strong>น้ำจืดที่อยู่ในตลาดมีรูปร่างที่ไม่ค่อยจะกลมนักเมื่อมองด้วยตาเปล่า และเนื่องจากหอยมุกน้ำจืด 1 ตัวสามารถที่จะผลิตมุกได้ครั้งละ 30-40 เม็ดเลยทีเดียวจึงเป็นสาเหตุว่าทำไม มุกน้ำจืดจึงมีราคาถูกกว่ามุกน้ำเค็มนั่นเองครับ</p>
<p>ส่วนมุกครึ่งซีกหรือที่เราเรียกว่า Mabe Pearl นั้นจะใช้หอยมุกน้ำเค็มโดยไม่ใช้ชิ้นเนื้อเยื่อแมนเทิลเลย แต่จะใช้การสอดชิ้นพลาสติกหรือ ขี้ผึ้งที่มีรูปร่างแบบต่างๆเป็นครึ่งซีกเข้าไปใต้ชั้นแมนเทิลโดยตรง เพื่อให้ชั้นแมนเทิลนั้นสร้างชั้นมุกมาเคลือบชั้นพลาสติกหรือขี้ผึ้งนั้นเองครับ</p>
<p>ครับเพื่อนๆก็คง จะได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการกำเนิดมุกไม่มากก็น้อยล่ะครับ <img src='http://www.i-love-ploy.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' />  ถ้าเพื่อนๆมีคำถามอะไรก็ถามมาได้เลยนะครับผมจะพยายามตอบให้ถ้าไม่รู้ก็จะไปค้นหามาให้ครับ สำหรับเรื่องของมุกในตอนหน้าเราจะไปเรียนรู้กันว่า ที่เค้าพูดกันว่า มุกจีน มุก southsea มันคืออะไรกันครับ สำหรับวันนี้ก็ลากันไปด้วยเครื่องประดับมุกสวยๆครับ สวัสดีครับ….โอ</p>
<p align="center"><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/pearlpendant1.jpg" alt="" width="197" height="224" /></p>
<p><img style="margin: 5px auto 0px; display: block; float: none" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/pearl-earrings1.jpg" alt="" width="200" height="192" /></p>
<p><strong><span style="color: #800000;">Link ที่เกี่ยวข้อง :</span></strong></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.i-love-ploy.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD.html" target="_blank">มุกอัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 1</a></span></p>
<p align="right">
<p align="right">ที่มา – สถาบัน GIT</p>
<p align="right">รูปภาพ &#8211; Google</p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.i-love-ploy.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD.html" target="_blank"> </a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b22.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad.html</link>
		<comments>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Aug 2009 10:59:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องอัญมณี]]></category>
		<category><![CDATA[มุก]]></category>
		<category><![CDATA[หอยมุก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-love-ploy.com/uncategorized/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad.html</guid>
		<description><![CDATA[<p>สวัสดีครับ วันนี้วันแม่ อย่าลืมแสดงความรักต่อแม่ให้มากๆนะครับ</p>
<p>วันนี้ผมก็จะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมุกให้ฟังนะครับ อันว่าเรื่องมุกนี้ถ้าจะให้เขียนให้จบในโพสเดียวสงสัยคงจะยาวมาก –_- เอาเป็นว่าผมจะค่อยๆอธิบายเป็นลำดับขั้นไปแล้วกันนะครับ ถ้าใครพร้อมแล้วก็ตามมากันเลยครับ</p>
<p align="center"></p>
</p>
<p> มุก เป้นอัญมณีประเภทที่มาจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นที่นิยมและถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดในหมู่อัญมณีประเภทที่มาจากสิ่งมีชีวิต มุกมีต้รกำเนิดมาจากหอยมุก ซึ่งเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะของการกำเนิด คือ มุกเลี้ยง และ มุกธรรมชาติ
</p>
<p>1. มุกธรรมชาติ (Natural Pearl)</p>
<p>คือ มุกที่เกิดขึ้นเองในหอยมุกที่พบในธรรมชาติโดยปราศจากการใช้ความสามารถของมนุษย์ ในอดีตมีแหล่งหอยมุกธรรมชาติอยู่มากมายทั้งในแหล่งน้ำจืดและน้ำเค็ม แต่เนื่องจากความหายากของมุกที่พบในหอยมุกเหล่านั้นทำให้มุกถูกจัดให้เป็นหนึ่งในอัญมณีที่มีค่ามากที่สุดชนิดหนึ่ง ดังนั้นผู้ที่จะครอบครองมุกได้นั้นมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้น จนทำให้มีผู้เปรียบเทียบว่ามุกนั้นเป็นราชินีของอัญมณีเลยทีเดียว</p>
<p>นอกจากนี้ในหลายประเทศยังมีความเชื่อว่ามุกนั้นสามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโรคได้ จึงทำให้ความต้องการในมุกสูงขึ้น เลยมีการล่าหอยมุกเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน จึงส่งผลให้แหล่งหอยมุกธรรมชาติลดลงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จนแทบจะไม่มีมุกธรรมชาติเหลืออยู่เลยในตลาดอัญมณี</p>
<p>ในปัจจุบันนี้มุกธรรมชาติมีราคาที่สูงมาก ชนิดที่ว่าซื้อมาเพื่อเก็บสะสมกันเท่านั้นไม่นิยมนำมาใส่กันเลยทีเดียว</p>
<p>ศูนย์กลางการค้ามุกธรรมชาตินั้นอยู่ที่ประเทศบาห์เรน ประเทศนี้เค้าห้ามนำมุกเลี้ยงเข้าไปนะครับ ถ้าโดนจับได้ว่านำเข้ามานี่ต้องทุบทิ้งเลยครับ เพราะว่าเค้าไม่อยากที่จะให้มุกเลี้ยงเข้ามาปะปนกับมุกธรรมชาติยังไงล่ะครับ ตลาดจะได้ไม่ปั่นป่วน</p>
<p align="center">    รูป : Black Pearl from Bahrain    จาก www.karipearls.com</p>
<p align="center">
<p>2. มุกเลี้ยง (Cultured Pearl)</p>
<p>คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ วันนี้วันแม่ อย่าลืมแสดงความรักต่อแม่ให้มากๆนะครับ</p>
<p>วันนี้ผมก็จะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมุกให้ฟังนะครับ อันว่าเรื่องมุกนี้ถ้าจะให้เขียนให้จบในโพสเดียวสงสัยคงจะยาวมาก –_- เอาเป็นว่าผมจะค่อยๆอธิบายเป็นลำดับขั้นไปแล้วกันนะครับ ถ้าใครพร้อมแล้วก็ตามมากันเลยครับ</p>
<p align="center"><img alt="" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/southsea-pearl.gif" /></p>
</p>
<p> <span id="more-342"></span><strong><span style="color: #800000">มุก</span></strong> เป้นอัญมณีประเภทที่มาจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นที่นิยมและถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดในหมู่อัญมณีประเภทที่มาจากสิ่งมีชีวิต มุกมีต้รกำเนิดมาจากหอยมุก ซึ่งเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะของการกำเนิด คือ มุกเลี้ยง และ มุกธรรมชาติ
</p>
<p><strong>1. มุกธรรมชาติ (Natural Pearl)</strong></p>
<p>คือ มุกที่เกิดขึ้นเองในหอยมุกที่พบในธรรมชาติโดยปราศจากการใช้ความสามารถของมนุษย์ ในอดีตมีแหล่งหอยมุกธรรมชาติอยู่มากมายทั้งในแหล่งน้ำจืดและน้ำเค็ม แต่เนื่องจากความหายากของมุกที่พบในหอยมุกเหล่านั้นทำให้มุกถูกจัดให้เป็นหนึ่งในอัญมณีที่มีค่ามากที่สุดชนิดหนึ่ง ดังนั้นผู้ที่จะครอบครองมุกได้นั้นมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้น จนทำให้มีผู้เปรียบเทียบว่ามุกนั้นเป็นราชินีของอัญมณีเลยทีเดียว</p>
<p>นอกจากนี้ในหลายประเทศยังมีความเชื่อว่ามุกนั้นสามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโรคได้ จึงทำให้ความต้องการในมุกสูงขึ้น เลยมีการล่าหอยมุกเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน จึงส่งผลให้แหล่งหอยมุกธรรมชาติลดลงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จนแทบจะไม่มีมุกธรรมชาติเหลืออยู่เลยในตลาดอัญมณี</p>
<p>ในปัจจุบันนี้มุกธรรมชาติมีราคาที่สูงมาก ชนิดที่ว่าซื้อมาเพื่อเก็บสะสมกันเท่านั้นไม่นิยมนำมาใส่กันเลยทีเดียว</p>
<p>ศูนย์กลางการค้ามุกธรรมชาตินั้นอยู่ที่ประเทศบาห์เรน ประเทศนี้เค้าห้ามนำมุกเลี้ยงเข้าไปนะครับ ถ้าโดนจับได้ว่านำเข้ามานี่ต้องทุบทิ้งเลยครับ เพราะว่าเค้าไม่อยากที่จะให้มุกเลี้ยงเข้ามาปะปนกับมุกธรรมชาติยังไงล่ะครับ ตลาดจะได้ไม่ปั่นป่วน</p>
<p align="center"><img alt="" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/black-pearl-bahrain.gif" />    <br />รูป : Black Pearl from Bahrain    <br />จาก www.karipearls.com</p>
<p align="center">
<p><strong>2. มุกเลี้ยง (Cultured Pearl)</strong></p>
<p><strong></strong>คือ มุกที่เกิดในตัวหอยมุกด้วยการกระทำของมนุษย์ การเลี้ยงหอยทุกมีมานานแล้วในประเทศจีนและยุโรป แต่เทคนิคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และเป็นพื้นฐานในการเลี้ยงหอยมุกในปัจจุบัน คือเทคนิกของนาย Kokichi Mikimoto หรือที่เพื่อนๆรู้จักภายใต้แบนด์ที่ชื่อว่า Mikimoto นั่นเองครับ</p>
<p>มุกของมิกิโมโต (Mikimoto) นั้นเป็นมุกชนิดอะโกยา (Akoya Pearl) ชื่อมุกอะโกยานั้นมาจากชื่อของพันธุ์หอยมุกที่เลี้ยงมุก ต่อมาเมื่อเทคนิคของนายมิกิโมโตได้รับการพัฒนา ก็ได้มีการนำไปทดลองเพาะเลี้ยงกับหอยสายพันธุ์อื่นๆ ปรากฏว่าได้ผลดีกับหลายสายพันธุ์ ทำให้ในปัจจุบันมีการกระจายตัวของแหล่งเพาะเลี้ยงมุกเป็นจำนวนมาก เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเชีย ไทย พม่า จีน และแถบหมู่เกาะตาฮิติ เป็นต้น</p>
<p>แหล่งที่เลี้ยงหอยมุกนั้น อาจเลี้ยงหอยเพียงชนิดเดียวกันหรือหลายชนิดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สภาพน้ำของแต่ละแห่งว่าเอื้อต่อการเลี้ยงหอยมุกชนิดใด</p>
<p>เนื่องจากหอยมุกนั้นมีทั้งพันธุ์ที่สามารถเลี้ยงในน้ำจืด และก็เลี้ยงในน้ำเค็ม จึงสามารถแบ่งชนิดของมุกออกได้อีก <strong>2</strong> ประเภทคือ <span style="color: #008000"><strong>มุกเลี้ยงน้ำเค็ม</strong></span> กับ <strong><span style="color: #000080">มุกเลี้ยงน้ำจืด</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="color: #008000"><strong>มุกเลี้ยงน้ำเค็ม </strong></span><span style="color: #000000">มุกนี้รู้จักกันในนามของมุกญี่ปุ่น หากเพื่อนๆเข้าไปในร้านอัญมณีแล้วคนขายบอกว่ามุกนี้เป็นมุกญี่ปุ่น ก็นั่นแหละครับ <span style="color: #008000"><strong>มุกเลี้ยงน้ำเค็ม</strong></span> ครับ มุกนี้เป็นมุกเลี้ยงประเภทแรกๆ ที่มีการเพาะเลี้ยงกันโดยที่กระบวนการเพาะเลี้ยงมักต้องการผลิตมุกที่มีรูปร่างกลม โดยเทคนิคคือจะมีการใส่ลูกปัดกลมที่ทำจากเปลือกหอยน้ำจืดชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้มุกที่เลี้ยงได้นั้นมีรูปร่างกลม แต่ในความเป็นจริงมุกที่ผลิตได้นั้นมีบางส่วนเท่านั้นที่มีรูปร่างกลมตามต้องการ ส่วนที่เหลือก็มีเบี้ยวบ้าง ผิวไม่เรียบสวยบ้าง จึงทำให้มุกที่มีรูปร่างกลมมีราคาสูงมากกว่ารูปร่างอื่นๆ(เพื่อนๆคงไม่อยากที่จะใส่มุกเบี้ยวๆบูดๆกันหรอกใช่มั้ยครับ &#8211; - แต่บางคนก็ไม่แน่) </span></li>
</ul>
<p align="center"><span style="color: #000000"><img alt="" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/culture-pearl.gif" />      <br />รูป: มุกเลี้ยงน้ำเค็ม</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000">จากภาพจะเห็นว่ากลมได้ใจมั้ยครับ แล้วความวาวก็สวยเสียด้วย </span></p>
<ul>
<li>
<div align="left"><span style="color: #000000"></span><strong><span style="color: #000080">มุกเลี้ยงน้ำจืด</span></strong> มุกเลี้ยงน้ำจืดนั้นเกิดขึ้นในประเทศจีนเป็นแห่งแรก ส่วนใหญ่เราจึงเรียกมุกเลี้ยงน้ำจืดว่ามุุกจีนครับ ในปัจจุบันประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการเพาะเลี้ยงมุกน้ำจืดมากที่สุดในโลก ลักษณะเด่นของมุกเลี้ยงน้ำจืดคือ <strong>รูปร่างจะไม่กลมครับ ส่วนมากมีลักษณะคล้ายเล็ดข้าวโพด หรือ รูปร่างบิดเบี้ยว </strong>ซึ่งเป็นเหตุมาจากการเพาะเลี้ยงมุกน้ำจืดนั้นไม่นิยมที่ขะใส่ลูกปัดเข้าไปควบคุมรูปร่าง และเนื่องนากผลผลิตของมุกเลี้ยงน้ำจืดมีมากมายนั้นส่งผลให้ราคาของมุกเลี้ยงน้ำจืดนั้นค่อนข้างจะต่ำมากเมื่อเทียบกับมุกเลี้ยงน้ำเค็มครับ </div>
</li>
</ul>
<p align="left">&#160;</p>
<p align="center"><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto" alt="" src="http://i546.photobucket.com/albums/hh402/Oaffli/china-pearl.gif" />รูป : มุกเลี้ยงน้ำจืด</p>
<p align="left">จริงๆแล้วมุกจีนก็มีแบบที่เรียบๆแล้วก็สวยๆเหมือนกันนะครับ แต่จะหากลมแบบมุกเลี้ยงน้ำเค็มจริงๆยากครับ อันนี้ที่เอามาให้ดูเพื่อเพื่อนๆจะได้เปรียบเทียบกับมุกเลี้ยงน้ำเค็มแบบชัดๆครับครับ…การทำความรู้จักชนิดของมุกนั้นเป้นแค่การเกริ่นนำเล็กๆน้อยๆให้แก่เพื่อนๆเท่านั้นนะครับ เรื่องราวของมุกยังไม่จบง่ายๆครับ เดี๋ยวตอนหน้าผมจะำพาเำื่พื่อนๆไปพบกับการกำเนิดของมุกกันนะครับ สำหรับวันนี้ขอให้เพื่อนๆโชคดีครับ…โอ</p>
<p align="left"><span style="color: #800000"><strong>Link ที่เกี่ยวข้อง</strong> :</span></p>
<p align="left"><span style="color: #800000"></span><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b22.html" target="_blank">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 2</a></p>
<p align="left"><a href="http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-3.html" target="_blank">มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล &#8211; ตอนที่ 3</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-love-ploy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
