สวัสดีครับ วันนี้วันแม่ อย่าลืมแสดงความรักต่อแม่ให้มากๆนะครับ
วันนี้ผมก็จะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมุกให้ฟังนะครับ อันว่าเรื่องมุกนี้ถ้าจะให้เขียนให้จบในโพสเดียวสงสัยคงจะยาวมาก –_- เอาเป็นว่าผมจะค่อยๆอธิบายเป็นลำดับขั้นไปแล้วกันนะครับ ถ้าใครพร้อมแล้วก็ตามมากันเลยครับ

มุก เป้นอัญมณีประเภทที่มาจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นที่นิยมและถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดในหมู่อัญมณีประเภทที่มาจากสิ่งมีชีวิต มุกมีต้รกำเนิดมาจากหอยมุก ซึ่งเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะของการกำเนิด คือ มุกเลี้ยง และ มุกธรรมชาติ
1. มุกธรรมชาติ (Natural Pearl)
คือ มุกที่เกิดขึ้นเองในหอยมุกที่พบในธรรมชาติโดยปราศจากการใช้ความสามารถของมนุษย์ ในอดีตมีแหล่งหอยมุกธรรมชาติอยู่มากมายทั้งในแหล่งน้ำจืดและน้ำเค็ม แต่เนื่องจากความหายากของมุกที่พบในหอยมุกเหล่านั้นทำให้มุกถูกจัดให้เป็นหนึ่งในอัญมณีที่มีค่ามากที่สุดชนิดหนึ่ง ดังนั้นผู้ที่จะครอบครองมุกได้นั้นมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้น จนทำให้มีผู้เปรียบเทียบว่ามุกนั้นเป็นราชินีของอัญมณีเลยทีเดียว
นอกจากนี้ในหลายประเทศยังมีความเชื่อว่ามุกนั้นสามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโรคได้ จึงทำให้ความต้องการในมุกสูงขึ้น เลยมีการล่าหอยมุกเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน จึงส่งผลให้แหล่งหอยมุกธรรมชาติลดลงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จนแทบจะไม่มีมุกธรรมชาติเหลืออยู่เลยในตลาดอัญมณี
ในปัจจุบันนี้มุกธรรมชาติมีราคาที่สูงมาก ชนิดที่ว่าซื้อมาเพื่อเก็บสะสมกันเท่านั้นไม่นิยมนำมาใส่กันเลยทีเดียว
ศูนย์กลางการค้ามุกธรรมชาตินั้นอยู่ที่ประเทศบาห์เรน ประเทศนี้เค้าห้ามนำมุกเลี้ยงเข้าไปนะครับ ถ้าโดนจับได้ว่านำเข้ามานี่ต้องทุบทิ้งเลยครับ เพราะว่าเค้าไม่อยากที่จะให้มุกเลี้ยงเข้ามาปะปนกับมุกธรรมชาติยังไงล่ะครับ ตลาดจะได้ไม่ปั่นป่วน
รูป : Black Pearl from Bahrain
จาก www.karipearls.com
2. มุกเลี้ยง (Cultured Pearl)
คือ มุกที่เกิดในตัวหอยมุกด้วยการกระทำของมนุษย์ การเลี้ยงหอยทุกมีมานานแล้วในประเทศจีนและยุโรป แต่เทคนิคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และเป็นพื้นฐานในการเลี้ยงหอยมุกในปัจจุบัน คือเทคนิกของนาย Kokichi Mikimoto หรือที่เพื่อนๆรู้จักภายใต้แบนด์ที่ชื่อว่า Mikimoto นั่นเองครับ
มุกของมิกิโมโต (Mikimoto) นั้นเป็นมุกชนิดอะโกยา (Akoya Pearl) ชื่อมุกอะโกยานั้นมาจากชื่อของพันธุ์หอยมุกที่เลี้ยงมุก ต่อมาเมื่อเทคนิคของนายมิกิโมโตได้รับการพัฒนา ก็ได้มีการนำไปทดลองเพาะเลี้ยงกับหอยสายพันธุ์อื่นๆ ปรากฏว่าได้ผลดีกับหลายสายพันธุ์ ทำให้ในปัจจุบันมีการกระจายตัวของแหล่งเพาะเลี้ยงมุกเป็นจำนวนมาก เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเชีย ไทย พม่า จีน และแถบหมู่เกาะตาฮิติ เป็นต้น
แหล่งที่เลี้ยงหอยมุกนั้น อาจเลี้ยงหอยเพียงชนิดเดียวกันหรือหลายชนิดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สภาพน้ำของแต่ละแห่งว่าเอื้อต่อการเลี้ยงหอยมุกชนิดใด
เนื่องจากหอยมุกนั้นมีทั้งพันธุ์ที่สามารถเลี้ยงในน้ำจืด และก็เลี้ยงในน้ำเค็ม จึงสามารถแบ่งชนิดของมุกออกได้อีก 2 ประเภทคือ มุกเลี้ยงน้ำเค็ม กับ มุกเลี้ยงน้ำจืด
- มุกเลี้ยงน้ำเค็ม มุกนี้รู้จักกันในนามของมุกญี่ปุ่น หากเพื่อนๆเข้าไปในร้านอัญมณีแล้วคนขายบอกว่ามุกนี้เป็นมุกญี่ปุ่น ก็นั่นแหละครับ มุกเลี้ยงน้ำเค็ม ครับ มุกนี้เป็นมุกเลี้ยงประเภทแรกๆ ที่มีการเพาะเลี้ยงกันโดยที่กระบวนการเพาะเลี้ยงมักต้องการผลิตมุกที่มีรูปร่างกลม โดยเทคนิคคือจะมีการใส่ลูกปัดกลมที่ทำจากเปลือกหอยน้ำจืดชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้มุกที่เลี้ยงได้นั้นมีรูปร่างกลม แต่ในความเป็นจริงมุกที่ผลิตได้นั้นมีบางส่วนเท่านั้นที่มีรูปร่างกลมตามต้องการ ส่วนที่เหลือก็มีเบี้ยวบ้าง ผิวไม่เรียบสวยบ้าง จึงทำให้มุกที่มีรูปร่างกลมมีราคาสูงมากกว่ารูปร่างอื่นๆ(เพื่อนๆคงไม่อยากที่จะใส่มุกเบี้ยวๆบูดๆกันหรอกใช่มั้ยครับ – - แต่บางคนก็ไม่แน่)
รูป: มุกเลี้ยงน้ำเค็ม
จากภาพจะเห็นว่ากลมได้ใจมั้ยครับ แล้วความวาวก็สวยเสียด้วย
-
มุกเลี้ยงน้ำจืด มุกเลี้ยงน้ำจืดนั้นเกิดขึ้นในประเทศจีนเป็นแห่งแรก ส่วนใหญ่เราจึงเรียกมุกเลี้ยงน้ำจืดว่ามุุกจีนครับ ในปัจจุบันประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการเพาะเลี้ยงมุกน้ำจืดมากที่สุดในโลก ลักษณะเด่นของมุกเลี้ยงน้ำจืดคือ รูปร่างจะไม่กลมครับ ส่วนมากมีลักษณะคล้ายเล็ดข้าวโพด หรือ รูปร่างบิดเบี้ยว ซึ่งเป็นเหตุมาจากการเพาะเลี้ยงมุกน้ำจืดนั้นไม่นิยมที่ขะใส่ลูกปัดเข้าไปควบคุมรูปร่าง และเนื่องนากผลผลิตของมุกเลี้ยงน้ำจืดมีมากมายนั้นส่งผลให้ราคาของมุกเลี้ยงน้ำจืดนั้นค่อนข้างจะต่ำมากเมื่อเทียบกับมุกเลี้ยงน้ำเค็มครับ
รูป : มุกเลี้ยงน้ำจืด
จริงๆแล้วมุกจีนก็มีแบบที่เรียบๆแล้วก็สวยๆเหมือนกันนะครับ แต่จะหากลมแบบมุกเลี้ยงน้ำเค็มจริงๆยากครับ อันนี้ที่เอามาให้ดูเพื่อเพื่อนๆจะได้เปรียบเทียบกับมุกเลี้ยงน้ำเค็มแบบชัดๆครับครับ…การทำความรู้จักชนิดของมุกนั้นเป้นแค่การเกริ่นนำเล็กๆน้อยๆให้แก่เพื่อนๆเท่านั้นนะครับ เรื่องราวของมุกยังไม่จบง่ายๆครับ เดี๋ยวตอนหน้าผมจะำพาเำื่พื่อนๆไปพบกับการกำเนิดของมุกกันนะครับ สำหรับวันนี้ขอให้เพื่อนๆโชคดีครับ…โอ
Link ที่เกี่ยวข้อง :




หัวข้อที่มีคนอ่านมากที่สุด