สวัสดีครับ ได้ฤกษ์มาอัพเดท Blog ให้เพื่อนๆอ่านกันสักที หลังจากไปบวชมาได้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องการทำทานมาฝากเพื่อนๆครับ อันว่าการทำทานนั้น การจะไ้ด้อานิสงส์ผลบุญมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการคือ
1. ผู้ให้ คนที่จะทำบุญนั้นจะต้องมีจิตใจที่อยากจะให้จริงๆ ไม่ใ่ช่ให้แล้วเสียดายทีหลัง อย่างเช่น วันนี้มีเงิน 100 บาท เอาว่ะทำบุญสักหน่อยใส่หมด 100 บาท ปรากฏตอนเย็นไม่มีเงินซื้อข้าวกินแล้วมานึกเสียดายทีหลังว่า รู้งี้ไม่น่าทำบุญเลย ยังงี้บุญไม่เกิดนะครับ ทำบุญดูกำลังทรัพย์ของตัวเองด้วยนะครับ
2. ผู้รับ มีผลเหมือนกันนะครับ การเลือกทำบุญกับพระสงฆ์ ย่อมที่จะได้อานิสงส์มากกว่ากับคนทั่วๆไปครับ เหตุเพราะพระสงฆ์ท่านเป็นผู้ถือศีล 227ข้อ ทำให้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ แต่เดี๋ยวนี้ใช่ว่าจะทำบุญกับพระท่านแล้วจะได้บุญมากนะครับ ต้องดูๆดีๆด้วยว่าที่เราทำไปนั้นใช่พระจริงๆรึเปล่า ไม่ใช่พวกอาศัยผ้าเหลืองหากิน
และแน่นอนครับเมื่อมีการทำบุญแล้วมีบอกว่าได้บุญมากได้บุญน้อย ดังนั้นถ้าเราทำบุญกับพระอรหันต์ ย่อมที่จะได้ผลบุญมากกว่าทำกับพระทั่วๆไปครับ เหตุเพราะการที่จะเป็นพระอรหันต์ได้นั้นจะต้องเป้นพระที่ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดและตรัสรู้เห็นจริงทั้งในเรื่องทางโลกและทางธรรม ทำให้มีบุญญาธิการสูง อ้าว!! แล้วเราจะไปหาพระอรหันต์ที่ไหนมาทำบุญล่ะ ไม่ยากเลยครับที่บ้านของเพื่อนๆน่ะแหละครับ บิดาและมารดาเปรียบเสมือนพระอรหันต์นะครับ ดูแลพวกท่านให้ดีๆ ก็ได้บุญมากสุดๆแล้วครับ
3. เจตนา การที่จะทำบุญให้ได้บุญนั้นจะต้องทำด้วยเจตนาที่ตั้งใจครับ สมมติว่ามีเศรษฐีคนนึงเกิดอยากทำบุญแต่ขี้เกียจ เลยเอาเงินไปให้แม่บ้าน บอกเอาไปตักบาตรพระสงฆ์ แม่บ้านคนนั้นดีใจที่ตัวเองจะได้ทำบุญจึงจัดเตรียมของอย่างดี ตั้งใจสรรหาเพื่อไปตักบาตร ยังงี้เพื่อนๆว่าใครจะได้บุญเยอะกว่ากันครับ ^_^
พูดมาซะเยอะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะพูดวันนี้เลย ก็อย่างว่าแหละครับแค่มีเรื่องดีๆก็เลยอยากจะเล่าให้เพื่อนๆฟังเท่านั้นเอง
ว่ามาซะยาวมาเข้าเรื่องปรากฏการณ์ของพลอยกันเลยดีกว่าครับ
วันนี้จัดให้จนจบเลยครับ
6. แลบราดอเรสเซนส์ (Labradorescence)
เกิดจาก เส้นระนาบแฝด (Repeated Twinning) ที่อยู่ในผลึกพลอยบางชนิด เช่น Feldspar เรียกว่า Labradorite โดยเมื่อแสงส่องผ่านและส่องผ่านเข้าไปในเส้นระนาบแฝด จะเกิดลักษณะเห็นเป็นแผ่นสีฟ้าอมเขียวเหลือบไปมาครับ
Labradorite
7. อะดูลาเรสเซนส์ (Adularescence)
เกิดจาก เกิดเนื่องจากสีในผลึกอยู่ในลักษณะเป็นชั้นๆ และมีความหนาของชั้นสีไม่เท่ากันเมื่อแสงส่องผ่านและกระทบกับชั้นสี จะเกิดเหมือนมีแผ่นสีฟ้า ขาว เหลือบไปมาบนผิวอัญมณี ลองจินตนาการเวลาเราเอาแ่ผ่นกระดาษซ้อนๆกันแล้วเอาไฟฉายส่องดูนะครับ อัญมณีที่อยู่ในประเภทนี้ได้แก่พวกมุกดาหาร หรือ Moon stone นั่นเองครับ
ต่างหู Moon Stone
8. อิริเดสเซนส์ (Irisdescence)
เกิดจาก เกิดเนื่องจากการส่องผ่านและแตกกระจายของแสงอยู่ภายในผลึก ลักษณะจะเห็นเป็นสีคล้ายๆรุ้งบนพื้อนผิวค่อนข้างชัดครับ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบพลอยประเภทนี้ครับ มันดูแปลกๆไงก็ไม่รู้ อัญมณีที่อยู่ในจำพวกนี้ได้แก่ Fire Agate Chalcedony ครับ
Fire Agate
9. โอเรียนท์ (Orient)
เกิดจาก เกิดเนื่องจากการส่องผ่านของแสงและกระทบพื้นผิว เกิดมีลักษณะเป็นเหลือบรุ้ง มักพบในไข่มุกและเปลือกหอยบางชนิด
กำไลข้อมือทำจากเปลือกหอย
เป็นไงบ้างครับกับปรากฏการณ์ต่างๆของพลอย มีตั้งเยอะแยะ ที่พูดมานั้น ส่วนใหญ่เพื่อนๆจะได้พบได้เ็ห็น ในท้องตลาดทั่วไปครับ ยิ่งถ้าปรากฏการณ์สวยๆเกิดขึ้นกับพลอยสวยๆ ก็ยิ่งทำให้พลอยเม็ดนั้นราคาแพงขึ้นนะครับ ผมก็หวังว่าความรู้เรื่องปรากฏการณ์ของพลอยนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆได้เข้าใจ และรู้จักกับพลอยมากขึ้นครับ สำหรับวันนี้ก็ขอสวัสดีครับ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ อ้อ คราวหน้าผมจะมาเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับมุกว่ามีกี่ชนิด กี่แบบ แบบไหนแพง แบบไหนถูกครับ อดใจรอกันหน่อยนะครับ…..โอ




รอมานานเลยละคะ อัพความรู้ใหม่ๆอีกแล้ว
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆนะคะ น่าสนใจมากเลยละคะ
อยากทราบค่ะ ว่าบลูซัพฟลาย กับ อความารีน (สีฟ้า)มีวิธีดูความต่างอย่างไรหรอคะ แล้วแบบไหนราคาสูงกว่าา
แล้วก็ขอบคุณความรู้ดีๆนะคะ คือเพิ่งเริ่มมาซื้อใส่เองอ่ะค่ะ เลยอยากมีความรู้เอาไว้บ้าง เหะเหะ ^__^
บลูซัฟไฟร์ กับ อะความารีน ความแตกต่างนั้นเก็นได้ชัดเลยครับ ผมแบ่งเป็นข้อๆนะครับจะได้เห็นชัดๆ
1. สี – บลูซัฟไฟร์จะมีสีที่เข้มกว่ามาก คือ ออกสีน้ำเงินเข้มไปเลยน่ะครับ ส่วน อะความมารีนจะมีสีที่อ่อน กว่าจะออกสีฟ้าซีดๆหน่อยอ่ะครับ ถ้าราคาแพงหน่อยก็จะมีสีฟ้าอมๆเขียวเหมือนน้ำทะเลมหาสมุทรเลยครับ ส่วนเรื่องราคาถ้าเทียบที่กะรัตเท่ากันและคุณภาพดีเหมือนกัน บลูซัฟไฟร์จะมีราคาที่แพงกว่าครับเหตุเพราะดูข้อต่อไปครับ ^_^
2. ความแข็ง – บลูซัฟไฟร์มีความแข็งที่รองจากเพชรนั่นคือ เวลาที่เจียระไนแล้วจะทำให้เหลี่ยมนั้นรียบสนิท คมกริบ ซึ่งจะส่งผลให้เวลาที่มีแสงผ่านพลอยจะทำให้เล่นไฟได้ดีกว่า อ้อ!!ไฟ ก็คือแสงสะท้อนที่ออกมาจากพลอยครับ ถ้าไม่รุ้ว่าไฟอยู่ตรงไหนลองมองดูที่พลอยครับจะเห็นแสงสีที่วิบวับๆ ตรงนั้นเค้าเรียกว่าไฟครับ ผมได้ลองเอารูปมาให้ดู ตรงที่วงกลมสีแดงสังเกตดูนะครับจะเห็นเป็นสีอมขาวๆตรงนั้นแหละครับ
3. ความหายาก – บลูซัฟไฟร์เป้นพลอยเนื้อแข็งและจะหายากกว่าอะความารีนครับ
ส่วนเรื่องสับสนนั้นคนส่วนใหญ่จะสับสนระหว่าง อะความารีน กับ บลูโทแพซสีอ่อนมากกว่าครับ เพราะสีจะค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก
ขอบคุณมากนะคะ ตอบเร็วทันใจแถมมีรูปประกอบด้วย เหะเหะ
ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักพวกอัญมณีเลยค่ะ แต่เคยเห็นว่าสวยไม่สวยเฉยๆ ไม่รู้ว่าจริงรึว่าปลอม
พอได้เข้ามาอ่านในเวบนี้ โอววว…มันช่างลึกล้ำยิ่งนัก
อาจจะต้องขอแวะเข้ามารบกวนบ่อยqหน่อยนะคะ
ปล.พอดีได้มาเที่ยวที่พม่าน่ะค่ะ เลยอยากจะดูอัญมณีกลับไปบ้านสักหน่อย ^-^
ยินดีเสมอครับ ^^ ถ้าไปเที่ยวพม่าผมขอแนะนำ ทับทิมครับเพราะ ทับทิมพม่าสีสวย พยายามหาซื้อจากแหล่งที่ดูน่าเชื่อถือแล้วอย่าลืมขอใบ Certificate ด้วยนะครับว่าเป็นพลอยแท้ ขอให้เที่ยวพม่าให้สนุกและปลอดภัยตลอดการเดินทางนะครับผม
พอดีมีพี่ๆที่ทำงานที่นี่เค้าเป็น นักธรณีวิทยากันน่ะค่ะ
เห็นเค้านิยมซื้อ หยกกัน แต่หยกเม็ดใหญ่ๆสวยๆ ก้อแพงเอาเรื่องเลยอ่ะค่ะ
ทับทิมก็ซื้อกันเยอะเหมือนกัน แต่ก็ท่าทางจะแพง ไอเราก้องบน้อยด้วย 555+
ว่าจะลองหา เพริโดต์ สักเม็ดอ่ะค่ะ (ประจำเดือนเกิด สิงหาคม)น่าจะอยู่ในงบเนอะ
ปล.ตอนนี้ไปสอย ruby เม็ดเล็กๆเอาไปทำแหวนเม็ดนึง กับ อความารีนแบบน่ารักๆไม่แพงมานิดหน่อยอ่ะค่ะ
คิดว่าคงอีกนานกว่าจะดูเป็น ตอนนี้ให้คนอื่นเค้าช่วยดูอ่ะค่ะ แต่อันที่สวยมากๆเค้าคงเอาเองอ่ะเนอะ 555+
อีกหน่อยนึงนะคะ ^-^
ไม่รู้ว่าหลงเข้ามาผิดเส้นทางรึเปล่านะคะ เพราะถ้าเกิดติดใจของพวกนี้มากๆ ท่าทางจะงานเข้าพอสมควร อิอิ
เริ่มจะหลงเสน่ห์ความแวววาวเข้าสะแล้วด้วยสิ แย่แล้วววววว