วันนี้ ผมจะพาเพื่อนๆไปเจาะลึก เกี่ยวกับ C แรกจาก 4Cs นะครับ Carat นั่นเอง
Carat หรือตัวย่อ ct เป็นหน่วยมาตรฐานสากลที่ใช้ชั่งและวัดเพชรและอัญมณีต่างๆ เป็นมารฐานที่ CIBJO ได้วางเอาไว้และใช้กันเป็นสากล

1 กะรัต จะมีน้ำหนักเท่ากับ 200 มิลลิกรัม หรือ 0.2 กรัม เท่ากับว่า 1 กรัมจะเท่ากับ 5 กะรัต
ใน 1 กะรัตนั้นจะแบ่งเป็นหน่วยย่อยๆ 100 หน่วย เรียกว่า Point หรือที่ในไทยเรียกว่า “ตัง” นั่นเองครับ
เช่น เพชรขนาด 0.50 > เราก็จะเรียกว่า 50 Point, 50 ตัง, ครึ่งกะรัตนั่นเองครับ
*การชั่งน้ำหนักของอัญมณีจะใช้เครื่องชั่งแบบดิจิตอล ที่มีทศนิยมหลายหลัก แต่เมื่อบันทึกน้ำหนักของเพชรทุกครั้งจะใช้เพียงทศนิยม 2 หลักในหลักที่ 3 มีค่าเท่ากับ 9 เป็นกรณีเดียวเท่านั้นเช่น
- ชั่งจากเครื่องได้ 0.998 จะบันทึกเป็น 0.99 ct
- ชั่งจากเครื่องได้ 0.999 จะบันทึกเป็น 1.00 ct
การคิดราคาของเพชรนั้นจะคิดจากน้ำหนักด้วย เช่นเพชรน้ำหนัก 1 กะรัต ก็จะมีช่วงราคาอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะเป็นราคาที่คิดต่อกะรัต และราคานี้จะแพงกว่าเพชรที่มีน้ำหนัก 0.70 ct หรือแม้แต่เพชรที่มีน้ำหนัก 0.90 ct เช่นกัน นี่คือเหตุผลที่ช่างเจียระไนจะต้องเจียระไนเพชรให้ได่น้ำหนักมากที่สุดจากเพชรก้อน
Tipและเทคนิคในการเลือกซื้อเพชร
ราคาของเพชรนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ โดยอาศัยช่วงน้ำหนักเช่น จากรายงานราคาเพชรในตัวอย่างนี้ เป็นช่วงราคาของเพชร ในสองกลุ่ม
- ราคาเพชรน้ำหนัก 0.50 – 0.69 ct G-Color/VVS1 ราคากะรัตละ $3,420
- ราคาเพชรน้ำหนัก 0.70 – 0.89 ct G-Color/VVS1 ราคากะรัตละ $4,320
จะเห็นได้ว่า ที่น้ำหนัก 0.69 กับ 0.70 นั้นราคาจะต่างกันถึงกะรัตละ 900 เหรียญ ทั้งๆที่ น้ำหนักต่างกันแค่ 0.01 ct ซึ่งบางทีไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าได้ แต่ทำให้เราประหยัดไปได้เยอะ
- 0.69 * 3,420 = $2359.8
- 0.70 * 4,320 = $3,024
- 3,024-2359 = $665
เห็นมั้ยครับ ได้เพชรที่ขนาดเกือบจะเท่ากันแต่สามารถประหยัดได้หมื่นกว่าบาทเลยนะครับ ถ้ายังไงเวลาไปซื้อเพชรก็ใช้เทคนิคนี้ในการเลือกเพชรก็ได้นะครับ หรือลองขอให้คนขายแนะนำดูก็ได้ครับ เพราะส่วนใหญ่คนขายทุกคนจะรู้ครับ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนนะครับ…
Related Link :




จะพยามลากสามีไปด้วย แน่นอนค่ะ!!