การประเมินคุณภาพมุก - ตอนที่ 1

สวัสดีครับเพื่อนๆ ด้วยเหตุที่เรื่องการประเมินคุณภาพของมุก เป็นเรื่องที่ละเอียด ทำให้ผมไม่สามารถที่จะจบลงในตอนเดียวได้ ผมเลยขอนำขึ้นมาแยกเป็นหัวข้อขึ้นมาใหม่ตังหากเลยนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก้เริ่มเลยครับ

หลักในการประเมินคุณภาพของมุกประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 5 ประการ ที่ใช้ในการพิจารณา คือ รูปร่าง (Shape), ความวาว (luster), ความหนาของชั้นมุก (Nacre Thickness), สี (Color) และ ความสมบูรณ์ของผิว (Surface Perfection)

 

 

สำหรับในตอนที่ 1 นี้ผมจะขอพูดถึงการประเมินคุณภาพของมุกในด้านรูปร่างก่อนนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มเลยครับ ^^

รูปร่างของมุก

เนื่องจากมุกนั้นถือได้ว่าเป็นอัญมณีที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงจันทร์ ดังนั้นรูปร่างที่ถือว่าดีและมีค่ามากที่สุดคือรูปทรงกลม (Round) แต่เนื่องจากความเป็นจริงนั้น มุกเป็นผลิตผลที่เกิดมาจากธรรมชาติ เราจึงไม่สามารถที่จะคุมให้มันออกมากลมเป๊ะเหมือนมุกเทียมได้ ดังนั้นผลผลิตของมุกที่ได้จึงมีรูปร่างหลากหลายแบบ ซึ่งสามารถจัดออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้

1. Round Pearl (ราวน์ เพิร์ล) หรือ มุกแบบกลม

มุกยอดนิยมที่มีราคาดีที่สุด
มีรูปร่างกลม กลมยังไง? สามารถทดสอบได้โดยเมื่อกลิ้งไปตามพื้นเรียบเอียงจะต้องเดินทางเป็นเส้นตรงไม่มี การสะดุด ดูรูปนะครับกลมดิ้กเลย

 


รูป : มุกทรงกลม

 

2. Off-Round Pearl (ออฟ ราวน์ เพิร์ล) หรือ มุกกลมแบน หรือ รีเล็กน้อย

มุกนี้เป็นที่นิยมรองลงมาครับ

ในปัจจุบันมีคนที่ใช้มุกประเภทนี้เป็นเครื่องประดับค่อนข้างเยอะครับ โดยเฉพาะมุกที่เป็นทรงเกือบจะกลม(รีนิดๆ)เพราะเราสามารถที่จะดีไซน์ตัวครอบมุกให้สวยๆ เพื่อที่พอทำเข้าตัวเรือนเสร็จแล้วจะทำให้ออกมาแล้วคล้ายมุกกลมครับ

ดีนะครับได้ความสวยที่ใกล้เคียงกันแต่ราคาย่อมเยาว์กว่า ^^

 

 
รูป : Off Round Pearl ครับ

 


รูป : Off Round Pearl เหมือนกันครับแต่มีการใช้หมวกมาช่วยเลยทำให้ดูกลม *-*

 

3. Semi-Baroque Pearl (เซไม บาร็อก เพิร์ล) หรือ มุกที่มีรูปร่างไม่กลมอย่างชัดเจน อาจมีรูปร่างคล้ายหยดน้ำ ไข่ หรือ กระดุม เป็นต้น

โดย Semi-Baroque Pearl นั้นถึงแม้ว่ารปร่างจะไม่ค่อยกลมก็ตามทีแต่ถ้ามี Luster ที่สวยงาม เค้าก็เอามาทำเป็นเครื่อประดับเหมือนกันครับ

 


รูป : Semi-Baroque Pearl อันนี้เหมือนผลฝรั่งเลยแฮะ

 


รูป : Semi Baroque อีกรูปครับ

 

4. Baroque Pearl (บาร็อก เพิร์ล) หรือ มุกที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน ส่นมากผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ รูปร่างอาจคล้าย ฟัน เห็ด หรือ หนอน เป็นต้น

มุกประเภทนี้ พักหลังนี้จะเห็นในตลาดได้ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากราคาค่อนข้างถูกและเป็นมุกที่ท้าทายความสามารถของ ดีไซน์เน่อร์ ได้เป็นอย่างดีครับ

“ของที่ไม่ค่อยสวยทำยังไงล่ะมันถึงจะออกมาสวยได้? แน่นอนต้องมีรูปแบบและดีไซน์ครับ”

 

 
รูป : Baroque Pearl ครับ มาเป็นตัวหนอนเลย –_-

 


รูป : Baroque Pearl เอามาร้อยกัน แต่งซะหน่อยสวยดีแฮะ

 


รูป : Baroque Pearl อันนี้ผมชอบครับออกแบบได้โดนมาก

 


รูป : Baroque Pearl เม็ดตรงกลางครับ

 

หลายคนอาจจะงงว่าทำไมผมเอาภาพของ มุก Baroque มาให้ดูเยอะจังเลย? เหตุเพราะว่าผมถือว่าถ้าเป็นมุก Baroque เฉยๆมันไม่สวยแน่ครับแต่พอเราจับมาใส่ความคิด รูปแบบและดีไซน์ของคนเข้าไปมันกลายเป็นอะไรที่สุดยอดครับ

*Tips เล็กน้อยเกี่ยวกับราคามุกครับ ราคาของมุกนั้นจะมีราคาแพงที่สุดก็ต่อเมื่อมีรูปร่างกลมและจะลดหลั่นลงมาเรื่อยๆตามลำดับ ในรูปร่างแบบ Baroque นั้นราคาอาจลดลงมาได้ถึง 55-80% เมื่อเทียบกับราคามุกกลม

เห็นอย่างนี้แล้วเพื่อนๆอาจจะลองซื้อมุก Baroque มาแล้วลองออกแบบเองดูก็ได้นะครับ ^^

*มุกทั่วๆไปทีพบในท้องตตลาดมักจะมีรูปร่างดังที่สรุปได้ดังนี้ (ไว้ให้เพื่อนๆลองสังเกตดูเองนะครับส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้)

  • มุกญี่ปุ่น ที่มีชั้นมุกบางมักจะมีรูปร่างกลม
  • มุกญี่ปุ่น ที่มีชั้นมุกหนา มักจะมีรูปร่างแบบ Off-Round
  • มุกทะเลใต้และมุกดำ (South Sea and Black Pearls) ไม่ค่อยพบกลมที่สมบูรณ์เนื่องจากมุกมีขนาดใหญ่
  • มุกน้ำจืดธรรมชาติและเลี้ยง หรือที่เรียกว่ามุกจีน ส่วนมากพบแบบ Baroque และแบบ Off-Round โดยเฉพาะแบบหลังจะเยอะ

*ถ้าใครไม่ทราบว่ามุกจีนหรือมุกญี่ปุ่นคืออะไร? ให้ไปอ่านบทนี้นะครับ ศัพท์เกี่ยวกับมุก

สำหรับตอนนี้รูปค่อนข้างเยอะหน่อยนะครับ แต่เพื่อให้เพื่อนๆได้เห็นภาพชัดเจน ถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็ โพสถามไว้ได้นะครับ สำหรับวันนี้ไปก่อนครับ…โอ

Link ที่เกี่ยวข้อง :

มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล – ตอนที่ 1

มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล – ตอนที่ 2

มุก อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล – ตอนที่ 3

 

Credit รูป :

http://www.girlslovepearls.com.au
http://www.hansenjewelry.com
http://hermitagemuseum.org
http://www.lovelljewellers.com
http://www.undrilledpearls.net

2 comments to การประเมินคุณภาพมุก – ตอนที่ 1

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>